“ดร.ณัฐวุฒิ” ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่กระทบหลักลงคะแนนลับ

วันที่ 27 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัทในเครือ AG แสดงความเห็นกรณีการใช้บาร์โค้ด (Barcode) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่มีประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ร้องตั้งข้อสงสัยว่าการกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ Barcode และ QR Code อาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนและผลการลงคะแนน จนนำไปสู่ประเด็นว่าการลงคะแนนเป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า การพิจารณาในทางกฎหมายมหาชนต้องเริ่มจากขอบเขตอำนาจของหน่วยงานรัฐ และกฎหมายที่กำกับการใช้อำนาจ โดย กกต. เป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารและควบคุมการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ การดำเนินการต่าง ๆ ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและสามารถถูกตรวจสอบได้
สำหรับการจัดทำบัตรเลือกตั้ง ดร.ณัฐวุฒิเห็นว่า กกต.สามารถกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยของบัตร ป้องกันการปลอมแปลง ตลอดจนตรวจสอบที่มาของบัตรและป้องกันการนำบัตรไปใช้ผิดเขต โดยแยกเรื่องดังกล่าวออกจากข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคใด
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับคำชี้แจงของสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในกรณีมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่ง กกต.ระบุว่ากฎหมายให้อำนาจในการกำหนดรูปแบบ การจัดพิมพ์ การควบคุมการพิมพ์ และมาตรการป้องกันการปลอมแปลง โดยยังต้องรักษาหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ
สรุปข่าว
วันที่ 27 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัทในเครือ AG แสดงความเห็นกรณีการใช้บาร์โค้ด (Barcode) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่มีประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ร้องตั้งข้อสงสัยว่าการกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ Barcode และ QR Code อาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนและผลการลงคะแนน จนนำไปสู่ประเด็นว่าการลงคะแนนเป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า การพิจารณาในทางกฎหมายมหาชนต้องเริ่มจากขอบเขตอำนาจของหน่วยงานรัฐ และกฎหมายที่กำกับการใช้อำนาจ โดย กกต. เป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารและควบคุมการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ การดำเนินการต่าง ๆ ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและสามารถถูกตรวจสอบได้
สำหรับการจัดทำบัตรเลือกตั้ง ดร.ณัฐวุฒิเห็นว่า กกต.สามารถกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยของบัตร ป้องกันการปลอมแปลง ตลอดจนตรวจสอบที่มาของบัตรและป้องกันการนำบัตรไปใช้ผิดเขต โดยแยกเรื่องดังกล่าวออกจากข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคใด
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับคำชี้แจงของสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในกรณีมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่ง กกต.ระบุว่ากฎหมายให้อำนาจในการกำหนดรูปแบบ การจัดพิมพ์ การควบคุมการพิมพ์ และมาตรการป้องกันการปลอมแปลง โดยยังต้องรักษาหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ
“ออกเสียงโดยตรงและลับ” หัวใจของข้อถกเถียง
ดร.ณัฐวุฒิอธิบายว่า คำว่า “ออกเสียงโดยตรง” หมายถึง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงคะแนนด้วยตนเอง ส่วน “ออกเสียงโดยลับ” หมายถึง บุคคลอื่นต้องไม่สามารถทราบหรือตรวจสอบได้ว่า ผู้มีสิทธิแต่ละรายเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด
ในกระบวนการเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิต้องแสดงตน ลงชื่อรับบัตร ก่อนเข้าคูหาเพื่อทำเครื่องหมายโดยไม่มีบุคคลอื่นเห็น จากนั้นพับบัตรและหย่อนลงหีบเลือกตั้ง ขณะที่ขั้นตอนนับคะแนนต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของ กกต. และเปิดให้มีการตรวจสอบตามกฎหมาย
ดร.ณัฐวุฒิเห็นว่า ภายหลังการลงคะแนน ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรที่ใช้แล้ว ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิจะถูกแยกออกจากกันตามกระบวนการ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลมาประกอบกันเพื่อตรวจสอบย้อนกลับว่าบัตรใบใดเป็นของผู้ใช้สิทธิรายใดและลงคะแนนอย่างไรได้โดยทั่วไป
สำนักงาน กกต. เคยชี้แจงในประเด็นมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งว่า หลักการลงคะแนนโดยลับเป็นหลักสำคัญของการจัดการเลือกตั้ง และกฎหมายให้อำนาจ กกต.กำหนดมาตรการป้องกันการปลอมแปลงและรักษาความปลอดภัยของบัตร
มองเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือบริหารจัดการเลือกตั้ง
ดร.ณัฐวุฒิระบุอีกว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้กับบัตรเลือกตั้งควรพิจารณาควบคู่ทั้งด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองความลับของผู้ใช้สิทธิ โดยมองว่า Barcode หรือ QR Code สามารถนำมาใช้เพื่อควบคุมการผลิตและการบริหารบัตร ป้องกันบัตรปลอมและบัตรข้ามเขตได้ หากระบบไม่เชื่อมโยงไปถึงการตัดสินใจลงคะแนนของประชาชนแต่ละราย
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อพิพาทที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จึงต้องแยกความเห็นของ ดร.ณัฐวุฒิ ออกจากข้อยุติทางกฎหมาย โดยคำวินิจฉัยของศาลจะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดแนวทางเกี่ยวกับหลักความลับของการลงคะแนนและการใช้เทคโนโลยีกับบัตรเลือกตั้งต่อไป
- กกต. เปิดมติสำนวนไต่สวนคดีเลือกสว. กรณีไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา-ไม่ดำเนินคดีอาญา
- เปิด 77 รายชื่อคดีฮั้ว สว. "กกต." ส่งศาลฎีกา–เดินหน้าคดีอาญา
- ขั้นตอนต่อไปคดีเลือก สว. 77 คน หลัง กกต.มีมติส่งศาลฎีกา
- ทำไมสั่งฟันแค่บางส่วน? สรุปมติ กกต. คดีเลือก สว. 67 จาก 427 คน เหลือส่งศาลกี่ราย?
- กกต.ถกปมเลือก สว. 14 ก.ย. ลุยพิจารณา 229 ผู้ถูกกล่าวหา 7 ข้อหา
