“ดร.ณัฐวุฒิ” ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่กระทบหลักลงคะแนนลับ

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ดร.ณัฐวุฒิ” ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่กระทบหลักลงคะแนนลับ

วันที่ 27 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัทในเครือ AG แสดงความเห็นกรณีการใช้บาร์โค้ด (Barcode) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่มีประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ร้องตั้งข้อสงสัยว่าการกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ Barcode และ QR Code อาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนและผลการลงคะแนน จนนำไปสู่ประเด็นว่าการลงคะแนนเป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า การพิจารณาในทางกฎหมายมหาชนต้องเริ่มจากขอบเขตอำนาจของหน่วยงานรัฐ และกฎหมายที่กำกับการใช้อำนาจ โดย กกต. เป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารและควบคุมการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ การดำเนินการต่าง ๆ ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและสามารถถูกตรวจสอบได้

สำหรับการจัดทำบัตรเลือกตั้ง ดร.ณัฐวุฒิเห็นว่า กกต.สามารถกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยของบัตร ป้องกันการปลอมแปลง ตลอดจนตรวจสอบที่มาของบัตรและป้องกันการนำบัตรไปใช้ผิดเขต โดยแยกเรื่องดังกล่าวออกจากข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคใด

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับคำชี้แจงของสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในกรณีมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่ง กกต.ระบุว่ากฎหมายให้อำนาจในการกำหนดรูปแบบ การจัดพิมพ์ การควบคุมการพิมพ์ และมาตรการป้องกันการปลอมแปลง โดยยังต้องรักษาหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ 

สรุปข่าว

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ให้ความเห็นคดี Barcode-QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ชี้ กกต.มีอำนาจกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการปลอมแปลง พร้อมยืนยันในมุมมองทางกฎหมายว่า ระบบต้องไม่สามารถเชื่อมโยงกลับไปถึงการลงคะแนนของประชาชนแต่ละราย ขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

วันที่ 27 กันยายน 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัทในเครือ AG แสดงความเห็นกรณีการใช้บาร์โค้ด (Barcode) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่มีประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ร้องตั้งข้อสงสัยว่าการกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่ใช้ Barcode และ QR Code อาจทำให้สามารถสืบทราบตัวตนและผลการลงคะแนน จนนำไปสู่ประเด็นว่าการลงคะแนนเป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ 

ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า การพิจารณาในทางกฎหมายมหาชนต้องเริ่มจากขอบเขตอำนาจของหน่วยงานรัฐ และกฎหมายที่กำกับการใช้อำนาจ โดย กกต. เป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารและควบคุมการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ การดำเนินการต่าง ๆ ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและสามารถถูกตรวจสอบได้

สำหรับการจัดทำบัตรเลือกตั้ง ดร.ณัฐวุฒิเห็นว่า กกต.สามารถกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยของบัตร ป้องกันการปลอมแปลง ตลอดจนตรวจสอบที่มาของบัตรและป้องกันการนำบัตรไปใช้ผิดเขต โดยแยกเรื่องดังกล่าวออกจากข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคใด

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับคำชี้แจงของสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในกรณีมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่ง กกต.ระบุว่ากฎหมายให้อำนาจในการกำหนดรูปแบบ การจัดพิมพ์ การควบคุมการพิมพ์ และมาตรการป้องกันการปลอมแปลง โดยยังต้องรักษาหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ 

“ออกเสียงโดยตรงและลับ” หัวใจของข้อถกเถียง

ดร.ณัฐวุฒิอธิบายว่า คำว่า “ออกเสียงโดยตรง” หมายถึง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงคะแนนด้วยตนเอง ส่วน “ออกเสียงโดยลับ” หมายถึง บุคคลอื่นต้องไม่สามารถทราบหรือตรวจสอบได้ว่า ผู้มีสิทธิแต่ละรายเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

ในกระบวนการเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิต้องแสดงตน ลงชื่อรับบัตร ก่อนเข้าคูหาเพื่อทำเครื่องหมายโดยไม่มีบุคคลอื่นเห็น จากนั้นพับบัตรและหย่อนลงหีบเลือกตั้ง ขณะที่ขั้นตอนนับคะแนนต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของ กกต. และเปิดให้มีการตรวจสอบตามกฎหมาย

ดร.ณัฐวุฒิเห็นว่า ภายหลังการลงคะแนน ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรที่ใช้แล้ว ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิจะถูกแยกออกจากกันตามกระบวนการ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลมาประกอบกันเพื่อตรวจสอบย้อนกลับว่าบัตรใบใดเป็นของผู้ใช้สิทธิรายใดและลงคะแนนอย่างไรได้โดยทั่วไป

สำนักงาน กกต. เคยชี้แจงในประเด็นมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งว่า หลักการลงคะแนนโดยลับเป็นหลักสำคัญของการจัดการเลือกตั้ง และกฎหมายให้อำนาจ กกต.กำหนดมาตรการป้องกันการปลอมแปลงและรักษาความปลอดภัยของบัตร 

มองเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือบริหารจัดการเลือกตั้ง

ดร.ณัฐวุฒิระบุอีกว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้กับบัตรเลือกตั้งควรพิจารณาควบคู่ทั้งด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองความลับของผู้ใช้สิทธิ โดยมองว่า Barcode หรือ QR Code สามารถนำมาใช้เพื่อควบคุมการผลิตและการบริหารบัตร ป้องกันบัตรปลอมและบัตรข้ามเขตได้ หากระบบไม่เชื่อมโยงไปถึงการตัดสินใจลงคะแนนของประชาชนแต่ละราย

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อพิพาทที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ จึงต้องแยกความเห็นของ ดร.ณัฐวุฒิ ออกจากข้อยุติทางกฎหมาย โดยคำวินิจฉัยของศาลจะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดแนวทางเกี่ยวกับหลักความลับของการลงคะแนนและการใช้เทคโนโลยีกับบัตรเลือกตั้งต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN