Falling Walls Lab Bangkok 2026 คัดนักคิดรุ่นใหม่สู่เวทีโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
Falling Walls Lab Bangkok 2026 คัดนักคิดรุ่นใหม่สู่เวทีโลก


เวที Falling Walls Lab Bangkok 2026 ปิดฉากการแข่งขันเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมอวานี รัชดา หลังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่จากนานาประเทศนำเสนอไอเดียกว่า 35 ผลงาน เพื่อค้นหานวัตกรรมที่มีศักยภาพสร้างการเปลี่ยนแปลง ก่อนคัดเลือกผู้ชนะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ Ms. Beatriz Aira Jacob จากแนวคิดพัฒนา ชุดตรวจพันธุกรรมแบบจุดตรวจ หรือ Point-of-Care สำหรับภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ซึ่งได้รับเลือกให้เดินทางไปเข้าร่วม Falling Walls Lab Finale พร้อมกับผู้ชนะจากเวทีต่าง ๆ ทั่วโลก

35 ไอเดีย ประชันการนำเสนอภายใน 3 นาที

Falling Walls Lab Bangkok 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 โดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ องค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการเยอรมนี (DAAD) และได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย

รูปแบบการแข่งขันกำหนดให้ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายแต่ละคนมีเวลาเพียง 3 นาที สำหรับนำเสนอแนวคิดต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมุ่งเปิดพื้นที่ให้นักคิดรุ่นใหม่สามารถนำงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมออกมาสื่อสารในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

แนวคิดของ Falling Walls มีจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงกับการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินในปี 2532 ก่อนที่ Falling Walls Foundation จะก่อตั้งขึ้นในปี 2009 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว ภายใต้แนวคิดหลักที่ตั้งคำถามว่า “กำแพงใดจะล้มลงเป็นลำดับถัดไป” และนำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็นเครือข่ายเวทีวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับโลก

อว. หนุนเยาวชนไทยเชื่อมเครือข่ายวิทยาศาสตร์โลก

นางสาวเพ็ญนภา กาญจนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเยอรมนีในด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดย Falling Walls Lab Bangkok เป็นหนึ่งในรูปธรรมของความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้ระหว่างสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนกันได้

ในมุมของ อว. การเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เข้าร่วมเวทีเดียวกับนักคิดและนักวิจัยระดับนานาชาติ ถือเป็นกลไกหนึ่งในการสนับสนุนกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ พร้อมเพิ่มโอกาสเชื่อมต่อกับเครือข่ายองค์ความรู้ระดับโลก

ด้าน คุณสเวตา คานนัน เลขานุการเอกฝ่ายสื่อสารและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนีที่ดำเนินมายาวนานกว่า 160 ปี โดยมองว่า Falling Walls Lab Bangkok เป็นพื้นที่ที่ทำให้นักวิจัยรุ่นใหม่สามารถนำแนวคิดจากประเทศไทยไปเชื่อมต่อกับเวทีนานาชาติ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความคิด


 

สรุปข่าว

Falling Walls Lab Bangkok 2026 ปิดฉากหลังนักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ประชันกว่า 35 ไอเดีย ภายในเวลานำเสนอคนละ 3 นาที โดย Ms. Beatriz Aira Jacob เจ้าของนวัตกรรมชุดตรวจพันธุกรรม G6PD แบบ Point-of-Care คว้าชัยและเป็นตัวแทนประเทศไทยสู่รอบโลกที่กรุงเบอร์ลิน พ.ย. 2569


เวที Falling Walls Lab Bangkok 2026 ปิดฉากการแข่งขันเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมอวานี รัชดา หลังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่จากนานาประเทศนำเสนอไอเดียกว่า 35 ผลงาน เพื่อค้นหานวัตกรรมที่มีศักยภาพสร้างการเปลี่ยนแปลง ก่อนคัดเลือกผู้ชนะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้แก่ Ms. Beatriz Aira Jacob จากแนวคิดพัฒนา ชุดตรวจพันธุกรรมแบบจุดตรวจ หรือ Point-of-Care สำหรับภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ซึ่งได้รับเลือกให้เดินทางไปเข้าร่วม Falling Walls Lab Finale พร้อมกับผู้ชนะจากเวทีต่าง ๆ ทั่วโลก

35 ไอเดีย ประชันการนำเสนอภายใน 3 นาที

Falling Walls Lab Bangkok 2026 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 โดย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ องค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการเยอรมนี (DAAD) และได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย

รูปแบบการแข่งขันกำหนดให้ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายแต่ละคนมีเวลาเพียง 3 นาที สำหรับนำเสนอแนวคิดต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมุ่งเปิดพื้นที่ให้นักคิดรุ่นใหม่สามารถนำงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมออกมาสื่อสารในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

แนวคิดของ Falling Walls มีจุดเริ่มต้นเชื่อมโยงกับการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินในปี 2532 ก่อนที่ Falling Walls Foundation จะก่อตั้งขึ้นในปี 2009 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว ภายใต้แนวคิดหลักที่ตั้งคำถามว่า “กำแพงใดจะล้มลงเป็นลำดับถัดไป” และนำแนวคิดนี้มาพัฒนาเป็นเครือข่ายเวทีวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระดับโลก

อว. หนุนเยาวชนไทยเชื่อมเครือข่ายวิทยาศาสตร์โลก

นางสาวเพ็ญนภา กาญจนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเยอรมนีในด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดย Falling Walls Lab Bangkok เป็นหนึ่งในรูปธรรมของความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้ระหว่างสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนกันได้

ในมุมของ อว. การเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เข้าร่วมเวทีเดียวกับนักคิดและนักวิจัยระดับนานาชาติ ถือเป็นกลไกหนึ่งในการสนับสนุนกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ พร้อมเพิ่มโอกาสเชื่อมต่อกับเครือข่ายองค์ความรู้ระดับโลก

ด้าน คุณสเวตา คานนัน เลขานุการเอกฝ่ายสื่อสารและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนีที่ดำเนินมายาวนานกว่า 160 ปี โดยมองว่า Falling Walls Lab Bangkok เป็นพื้นที่ที่ทำให้นักวิจัยรุ่นใหม่สามารถนำแนวคิดจากประเทศไทยไปเชื่อมต่อกับเวทีนานาชาติ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความคิด


 

DAAD–สจล. เดินหน้าสร้างพื้นที่ให้นักวิจัยรุ่นใหม่

มร.เฟลิกซ์ วาเกนเฟลด์ ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาค DAAD ประจำกรุงฮานอย ระบุว่า DAAD มีส่วนร่วมกับเวทีดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงที่ยังใช้ชื่อ Falling Walls Lab Thailand ก่อนเปลี่ยนมาเป็น Falling Walls Lab Bangkok โดยตลอดช่วงที่ผ่านมาเห็นทั้งการพัฒนาคุณภาพของผลงานและความมั่นใจของนักวิจัยรุ่นใหม่ในการนำเสนอแนวคิดต่อสาธารณะ

DAAD จึงมองเวทีนี้มากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ให้นักศึกษาและนักวิจัยพัฒนาทักษะการสื่อสาร พร้อมสร้างโอกาสเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาและเครือข่ายวิชาการในเยอรมนี

ขณะที่ ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ระบุว่า ตลอด 5 ปีที่ สจล. มีส่วนร่วมกับ Falling Walls Lab เป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยเข้ากับเครือข่ายระดับโลก เปิดทางให้องค์ความรู้จากต่างประเทศเข้ามาแลกเปลี่ยนในประเทศไทย ขณะเดียวกันงานวิจัยและไอเดียจากไทยก็มีโอกาสออกไปสู่สายตานานาชาติ

ชุดตรวจ G6PD คว้าชัย เตรียมเดินหน้าจดสิทธิบัตร

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ Ms. Beatriz Aira Jacob อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของโครงการคือการพัฒนาชุดตรวจพันธุกรรมแบบ Point-of-Care สำหรับภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD โดยมุ่งพัฒนาให้สามารถนำไปใช้งานได้จริงและเข้าถึงได้สะดวก

ปัจจุบันนวัตกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของผลงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก อยู่ระหว่างเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยื่นจดสิทธิบัตร พร้อมทดสอบความแม่นยำทางคลินิกร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่ายหลายแห่ง โดยเป้าหมายระยะต่อไปคือผลักดันงานวิจัยไปสู่การผลิตและใช้งานจริง

Beatriz ยังมองว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการแข่งขันคือการสื่อสาร เพราะงานวิจัยที่มีข้อมูลซับซ้อนจำเป็นต้องอธิบายให้ผู้ฟังเห็นได้อย่างชัดเจนว่านวัตกรรมนั้นสามารถแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ต่อผู้คนได้อย่างไร

พฤศจิกายน 2569 มุ่งหน้าสู่เวทีโลกที่เบอร์ลิน

หลังคว้ารางวัล Falling Walls Lab Bangkok 2026 ตัวแทนจากประเทศไทยจะเดินทางไปกรุงเบอร์ลินในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อร่วม Falling Walls Lab Finale กับผู้ชนะจากประเทศต่าง ๆ และชิงตำแหน่งในสาขา Emerging Talents

ในแต่ละปี Falling Walls Lab มีนักวิจัยและนักนวัตกรรมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่เวทีระดับท้องถิ่นมากกว่า 1,000 คน ก่อนคัดเลือกผู้ชนะรวมประมาณ 100 คน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลก โดยข้อมูลการแข่งขันปี 2568 ระบุว่ามีผู้สมัครมากกว่า 2,750 คน จาก 82 เวทีใน 60 ประเทศ

Falling Walls Foundation ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในกรุงเบอร์ลิน ยังจัด Falling Walls Science Summit ในช่วงวันที่ 9 พฤศจิกายนของทุกปี เพื่อรวบรวมนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักนวัตกรรม และผู้นำทางความคิดจากหลายประเทศ

สำหรับประเทศไทย การจัด Falling Walls Lab Bangkok เป็นอีกช่องทางสนับสนุนนักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่นำเสนอผลงาน เชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างประเทศ และต่อยอดผลงานวิจัยเข้าสู่เครือข่ายนวัตกรรมระดับโลก

 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

Falling Walls Lab Bangkok
นวัตกรรมสจล.
DAAD
G6PD