นายกฯ ห่วงประชาชนรับมือฝนตกหนัก สั่งเร่งเตือน-อพยพ-วางกำลังล่วงหน้า

ห่วงประชาชนรับมือฝนตกหนัก 26–27 ก.ย.
วันนี้ (26 ก.ย. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 32/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย การแก้ไขปัญหาและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในทุกภูมิภาค โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้งและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามแนวโน้มสภาพอากาศช่วงวันที่ 26–27 ก.ย. 69 พบว่า หลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและร่องมรสุม จึงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้ทันสถานการณ์
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน และได้มอบข้อเน้นย้ำผ่านตนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่ บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง ติดตามข้อมูลให้ถึงระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า และเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและช่วยเหลือโดยไม่รอให้สถานการณ์รุนแรง พร้อมระดมกำลังจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง อส. อปพร. องค์กรสาธารณกุศล ทหาร ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
สรุปข่าว
ห่วงประชาชนรับมือฝนตกหนัก 26–27 ก.ย.
วันนี้ (26 ก.ย. 69) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 32/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย การแก้ไขปัญหาและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในทุกภูมิภาค โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้งและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการติดตามแนวโน้มสภาพอากาศช่วงวันที่ 26–27 ก.ย. 69 พบว่า หลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและร่องมรสุม จึงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้ทันสถานการณ์
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน และได้มอบข้อเน้นย้ำผ่านตนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่ บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง ติดตามข้อมูลให้ถึงระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า และเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและช่วยเหลือโดยไม่รอให้สถานการณ์รุนแรง พร้อมระดมกำลังจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง อส. อปพร. องค์กรสาธารณกุศล ทหาร ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
ให้ทุกจังหวัดจัด War Room ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำหรือเครื่องจักรกลสาธารณภัย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสื่อสารให้ประชาชนรับทราบถึงการเตรียมพร้อมและการปฏิบัติงานของภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และทุกหน่วยงานพร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง
พร้อมกันนี้ ให้ทุกจังหวัดจัด War Room ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงข้อมูลฝน ระดับน้ำ ต้นน้ำ และจังหวัดข้างเคียง เพื่อประเมินแนวโน้มล่วงหน้า เพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนให้ถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ทั้งผ่านผู้นำชุมชน หอกระจายข่าว สื่อสังคมออนไลน์ และระบบ Cell Broadcast รวมถึงตรวจสอบความพร้อมของศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ จุดจอดรถ พื้นที่ปลอดภัย และการดูแลกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า
“ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรู้ทั้งจุดเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ หากจุดเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือลดลงต้องปรับแผนรับมือให้ทัน รู้ระดับความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ และจัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือ โดยเน้นการช่วยชีวิตเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้ประสานหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงก่อนเกิดน้ำท่วม และสามารถแจ้งเตือนประชาชนให้ทัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง” นายนิรัตน์ รองปลัด มท. กล่าว
ต้องให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนได้เร็วที่สุด
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับศูนย์ ปภ. เขต สำนักงาน ปภ. จังหวัด และหน่วยงานในสังกัด สนับสนุนจังหวัดในพื้นที่ที่มีทั้งการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง การแจ้งเตือน และการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย โดยให้วางทรัพยากรในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า หากพื้นที่ใดมีสถานการณ์รุนแรง เข้าถึงยาก หรือมีศักยภาพไม่เพียงพอ ให้เร่งประสานกำลังสนับสนุนจากพื้นที่ใกล้เคียงและส่วนกลาง รวมถึงอากาศยานปีกหมุน KA-32 ตามความจำเป็น เพื่อให้การเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
“ปภ. ต้องพร้อมสนับสนุนพื้นที่ทันที ทั้งคน เครื่องมือ และเครื่องจักร เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนได้เร็วที่สุด” นายธีรพัฒน์ กล่าว
สำหรับสถานการณ์อุทกภัย ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 26 ก.ย. 69 ยังคงมีสถานการณ์ใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน 84,605 คน โดยมีพื้นที่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ซึ่งบางพื้นที่ระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่กรุงเทพมหานครยังมีน้ำท่วมขังผิวการจราจรบางจุด
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดน้ำท่วมซ้ำซาก หากได้รับแจ้งให้อพยพ ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็ว
- นายกฯ เผยกำลังรีบกลับไทย ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม
- กทม. รับมือฝนตกสะสม 48 ชั่วโมง ปริมาณฝนใกล้ 300 มม. แนะประชาชนตั้งหลักอยู่บ้าน
- รัฐบาลสั่งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชม. แจ้งเตือนประชาชนทันทีเมื่อพบความเสี่ยง
- กทม.ประกาศ พื้นที่สาธารณภัย 50 เขต เดินหน้า 7 มาตการรับมือน้ำท่วม
- เตือน 9 จังหวัด ภาคเหนือ-กลางฝนหนัก หลัง 28 ก.ย.ฝนเริ่มลดลง
ที่มาข้อมูล : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
