“อรรษิษฐ์” ชี้ข่าวปล่อยจากภาพบิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งทำลายภาพลักษณ์ ปมไหว้นอบน้อม

Share on Line Share on Facebook Share on X
“อรรษิษฐ์” ชี้ข่าวปล่อยจากภาพบิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งทำลายภาพลักษณ์ ปมไหว้นอบน้อม

วันนี้ (10 ก.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณี นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำเสนอคลิปต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2-3 เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 ซึ่งคลิปดังกล่าว เป็นคลิปที่ถูกบันทึกภาพในขณะที่เดินออกมาเป็นการส่วนตัวเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ช่วงที่ตนกำลังยกมือไหว้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวในลักษณะว่า เป็นการไหว้แบบนบนอบเพราะไม่ถูกย้าย "ตนขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด"


นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การไหว้แบบนอบน้อมในคลิปดังกล่าว หากเป็นการไหว้เพื่อขอบคุณเพราะไม่ถูกย้ายออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย "ไม่ใช่เลย" เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตนไม่มากราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรงทางเดินแบบนั้น มันไม่สมควร เพราะยังมีเวลา มีโอกาส มีสถานที่เหมาะควรอีกมากมาย แต่ไม่ต้องมาทำในขณะนั้นแบบผู้บังคับบัญชาไม่เตรียมตัว จึงขอปฏิเสธว่า "สิ่งนำไปเผยแพร่เป็นข่าวไม่จริงตามข้อเท็จจริงแต่อย่างใดเลยแม้แต่น้อย"

 

นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า "การที่กราบไหว้แบบนอบน้อม" ท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในคลิปดังกล่าว เป็นการกราบ "ขอโทษแทนคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง และตนเอง" ที่ได้ทำเรื่องบางเรื่องไปโดยพลการ ด้วยสำคัญผิดคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้รับทราบ และอนุญาต แล้ว ซึ่งขณะนั้น ตนได้เดินตามลงมาจากชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า จึงสนทนาพูดคุยกับท่าน จนได้ทราบว่า "ท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยังไม่รับทราบ จึงตกใจ และเราในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา แม้ไม่ได้เป็นความผิดโดยตรง แต่ตนควรแสดงความสำนึกผิดโดยพลันแทนสิ่งที่ผิดพลาด จึงต้อง "รีบกราบขอโทษโดยทันที" แล้วบังเอิญกำลังจะเดินผ่านประตูตึกไทยคู่ฟ้า จึงมีนักข่าวซูมถ่ายภาพนั้นจากระยะไกลไปเผยแพร่ และโยงใยเข้าไปกับเรื่องการโยกย้าย จนเกิดความเข้าใจผิดกระทบต่อภาพลักษณ์ของข้าราชการและกระทรวงมหาดไทย


"ที่ผ่านมา ตนไม่ออกมาแก้ข่าวที่ทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องไม่เป็นสาระ แต่เมื่อมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนำมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร อันถือเป็นพื้นที่ "ที่พูดเหตุผลให้คนจำ" และ "ที่ไตร่ตรองเปรียบเทียบคิดครวญใคร่" จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน"

สรุปข่าว

ปลัดมหาดไทย "อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์" บอกความจริง !! ทำไมต้องไหว้นอบน้อมต่อนายกฯ อนุทิน พร้อมปฏิเสธข่าวที่ผ่านมา "ไม่เป็นความจริง"

วันนี้ (10 ก.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณี นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำเสนอคลิปต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2-3 เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 ซึ่งคลิปดังกล่าว เป็นคลิปที่ถูกบันทึกภาพในขณะที่เดินออกมาเป็นการส่วนตัวเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ช่วงที่ตนกำลังยกมือไหว้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวในลักษณะว่า เป็นการไหว้แบบนบนอบเพราะไม่ถูกย้าย "ตนขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด"


นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การไหว้แบบนอบน้อมในคลิปดังกล่าว หากเป็นการไหว้เพื่อขอบคุณเพราะไม่ถูกย้ายออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย "ไม่ใช่เลย" เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตนไม่มากราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตรงทางเดินแบบนั้น มันไม่สมควร เพราะยังมีเวลา มีโอกาส มีสถานที่เหมาะควรอีกมากมาย แต่ไม่ต้องมาทำในขณะนั้นแบบผู้บังคับบัญชาไม่เตรียมตัว จึงขอปฏิเสธว่า "สิ่งนำไปเผยแพร่เป็นข่าวไม่จริงตามข้อเท็จจริงแต่อย่างใดเลยแม้แต่น้อย"

 

นายอรรษิษฐ์ กล่าวอีกว่า "การที่กราบไหว้แบบนอบน้อม" ท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในคลิปดังกล่าว เป็นการกราบ "ขอโทษแทนคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง และตนเอง" ที่ได้ทำเรื่องบางเรื่องไปโดยพลการ ด้วยสำคัญผิดคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้รับทราบ และอนุญาต แล้ว ซึ่งขณะนั้น ตนได้เดินตามลงมาจากชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า จึงสนทนาพูดคุยกับท่าน จนได้ทราบว่า "ท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยังไม่รับทราบ จึงตกใจ และเราในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา แม้ไม่ได้เป็นความผิดโดยตรง แต่ตนควรแสดงความสำนึกผิดโดยพลันแทนสิ่งที่ผิดพลาด จึงต้อง "รีบกราบขอโทษโดยทันที" แล้วบังเอิญกำลังจะเดินผ่านประตูตึกไทยคู่ฟ้า จึงมีนักข่าวซูมถ่ายภาพนั้นจากระยะไกลไปเผยแพร่ และโยงใยเข้าไปกับเรื่องการโยกย้าย จนเกิดความเข้าใจผิดกระทบต่อภาพลักษณ์ของข้าราชการและกระทรวงมหาดไทย


"ที่ผ่านมา ตนไม่ออกมาแก้ข่าวที่ทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะคิดว่าคงเป็นเรื่องไม่เป็นสาระ แต่เมื่อมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนำมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร อันถือเป็นพื้นที่ "ที่พูดเหตุผลให้คนจำ" และ "ที่ไตร่ตรองเปรียบเทียบคิดครวญใคร่" จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน"


นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเรียนอีกครั้งว่า สำหรับกรณีที่ตนติดตามท่านนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในบางวัน บางภารกิจ เป็นไปเพื่อสนองงานผู้บังคับบัญชา "เพราะท่านจะสั่งงานทุกกรมและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทยผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย" และขอย้ำว่า "ไม่ใช่ทุกวัน เป็นบางวัน" เพราะตนก็มีงานที่กระทรวงมหาดไทย และมีงานที่ต้องประชุมคณะกรรมการต่าง ๆ ทั้งในฐานะประธานและในฐานะกรรมการ และการออกตรวจตราตามกฎหมายต่าง ๆ ในพื้นที่


"ในการทำงานของตน ตนให้ความสำคัญกับข้อสั่งการและนโยบายของผู้บังคับบัญชาเสมอ และเน้นย้ำผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับในการสนองงานผู้บังคับบัญชาอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยพูดเสมอว่า "ถ้าอยากเดินให้ไกล..ต้องเดินไปด้วยกัน" และต้อง "ทำทันที" ตั้งแต่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน สามารถขับเคลื่อนให้จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดสะอาดที่สุดของประเทศและเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทยที่ No Foam ต่อมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สามารถควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดและแนวชายแดนยาวที่สุดในประเทศ ระยะทาง 542 กิโลเมตร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเมื่อเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ขับเคลื่อนงานด้วยกลไก "รู้ คิด ดู ทำ" และให้พัฒนากรลงลึกระดับพื้นที่ ไม่ทิ้งของเดิม ต่อยอดสิ่งดี ๆ ทำให้เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง ทำงานใกล้ชิดประชาชนที่สุด และเมื่อได้รับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ได้ขับเคลื่อนเป็นองค์กรความมั่นคงภายใน ปราบปรามการกระทำความผิดสถานบริการด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง การบำรุงขวัญสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กระทั่งเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เกิดนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน คือ “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5"


นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมาตามที่ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบและเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งและให้ทำหน้าที่สำคัญ อันถือเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตข้าราชการของตน ที่ได้สืบทอดจิตวิญญาณของครอบครัวตั้งแต่คุณทวด ที่เคยเป็นข้าหลวงเทศาภิบาล ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยในอดีต ทั้งนี้ ตนไม่ยึดติดต่อหน้าที่ตำแหน่งหากเป็นไปโดยธรรม แต่จะต่อสู้เมื่อไม่ชอบธรรม และการก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงถือเป็นความเมตตาและความไว้วางใจของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ไม่เคยมีการวิ่งเต้น ความใกล้ชิดเกิดขึ้นจากการทำงานในหน้าที่ร่วมกันมาโดยตลอด

ที่มาข้อมูล : กระทรวงมหาดไทย

ที่มารูปภาพ : กระทรวงมหาดไทย