ภท.ฝาก “ทนายอั๋น” ตรวจคดีเลือกตั้งอำนาจเจริญปี 66

Share on Line Share on Facebook Share on X
ภท.ฝาก “ทนายอั๋น” ตรวจคดีเลือกตั้งอำนาจเจริญปี 66

แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกรณี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ประกาศเตรียมตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งและกรณีอื่น ๆ โดยมีกำหนดเปิดเวทีในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ว่า การดำเนินการตรวจสอบถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยข้อมูลที่นำเสนอต่อสาธารณะควรอยู่บนข้อเท็จจริงและไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น

พร้อมกันนี้ แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเสนอให้ นายภัทรพงศ์ พิจารณานำกรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ 2 เมื่อปี 2566 มาตรวจสอบประกอบด้วย โดยอ้างถึง คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 19/2567 ซึ่งเป็นเอกสารทางการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาและความเห็นที่แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการพิจารณาของ กกต. เป็นท่าทีของแหล่งข่าวฝ่ายเดียว จึงต้องแยกออกจากข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยอย่างชัดเจน โดยคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้สมัคร สส.มีส่วนร่วมในการกระทำผิด แต่ระบุว่าไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงผู้สมัครกับการกระทำของผู้ช่วยหาเสียง จึงมีคำสั่งยุติเรื่องในส่วนของผู้สมัคร

สรุปข่าว

แหล่งข่าวพรรคภูมิใจไทยฝาก “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ตรวจสอบกรณีเลือกตั้ง สส.อำนาจเจริญ เขต 2 ปี 2566 โดยอ้างคำวินิจฉัย กกต.ที่ 19/2567 ซึ่ง กกต.ยุติเรื่องผู้สมัคร เนื่องจากไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงเพียงพอ ขณะที่มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ช่วยหาเสียงตามกฎหมาย

แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกรณี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ประกาศเตรียมตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งและกรณีอื่น ๆ โดยมีกำหนดเปิดเวทีในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ว่า การดำเนินการตรวจสอบถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยข้อมูลที่นำเสนอต่อสาธารณะควรอยู่บนข้อเท็จจริงและไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น

พร้อมกันนี้ แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยเสนอให้ นายภัทรพงศ์ พิจารณานำกรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ 2 เมื่อปี 2566 มาตรวจสอบประกอบด้วย โดยอ้างถึง คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 19/2567 ซึ่งเป็นเอกสารทางการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาและความเห็นที่แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการพิจารณาของ กกต. เป็นท่าทีของแหล่งข่าวฝ่ายเดียว จึงต้องแยกออกจากข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยอย่างชัดเจน โดยคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้สมัคร สส.มีส่วนร่วมในการกระทำผิด แต่ระบุว่าไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงผู้สมัครกับการกระทำของผู้ช่วยหาเสียง จึงมีคำสั่งยุติเรื่องในส่วนของผู้สมัคร

คำวินิจฉัย กกต. ระบุอะไร

ตามคำวินิจฉัย กกต.ที่ 19/2567 กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดยมีการตรวจสอบ นางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี ผู้สมัคร สส.อำนาจเจริญ เขต 2 หมายเลข 9 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และ นายจาม ปรือทอง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2

ประเด็นที่ กกต.ตรวจสอบคือข้อกล่าวหาว่าอาจมีการกระทำฝ่าฝืนมาตรา 73 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน

จากการไต่สวน กกต.ระบุถึงพยานหลักฐานเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงพฤติการณ์เกี่ยวกับการเดินทางไปใช้สิทธิ และการมอบเงินให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางราย

พยานที่ กกต.ไต่สวนให้ข้อมูลว่า มีการมอบเงินจำนวน 2,000 บาท เพื่อนำไปแบ่งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4 คน คนละ 500 บาท โดยพยานหลักฐานส่วนนี้เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ กกต.นำมาประกอบการพิจารณา

คำวินิจฉัยยังระบุว่า นายจามได้รับการแจ้งชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียงของนางจันทร์เพ็ญต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอำนาจเจริญ ระหว่างวันที่ 3 เมษายน-1 พฤษภาคม 2566 และมีข้อมูลว่าได้ช่วยหาเสียงรวม 8 วันในช่วงเดือนเมษายน 2566

กกต.ยุติเรื่องผู้สมัคร เหตุหลักฐานเชื่อมโยงไม่เพียงพอ

สาระสำคัญของคำวินิจฉัยอยู่ที่การแยกพิจารณาการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองราย

กกต.พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า มีน้ำหนักให้เชื่อได้ว่า นายจามมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการดำเนินการให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า การจัดการเรื่องการเดินทาง และการให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนละ 500 บาท เพื่อจูงใจให้ลงคะแนนแก่นางจันทร์เพ็ญ

แต่สำหรับนางจันทร์เพ็ญ กกต.ระบุชัดว่า จากการไต่สวนยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงระหว่างนางจันทร์เพ็ญกับนายจามในการกระทำดังกล่าว ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่านางจันทร์เพ็ญสนับสนุนการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง

ด้วยเหตุนี้ กกต.จึงมีมติ ยุติเรื่องในส่วนของนางจันทร์เพ็ญ ขณะที่ให้ดำเนินคดีอาญากับนายจามตามมาตรา 73 (1) ประกอบมาตรา 158 ของกฎหมายเลือกตั้ง

ประเด็นดังกล่าวจึงควรนำเสนอโดยยึดผลการพิจารณาของ กกต.เป็นหลัก และไม่ควรตีความว่าการเป็นผู้ช่วยหาเสียงทำให้ผู้สมัครต้องรับผิดในการกระทำของผู้ช่วยหาเสียงโดยอัตโนมัติ เพราะในคดีนี้ กกต.พิจารณาความรับผิดจากพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงบุคคลแต่ละราย

ส่วนข้อเสนอจากแหล่งข่าวพรรคภูมิใจไทยที่ต้องการให้นายภัทรพงศ์นำกรณีดังกล่าวกลับมาตรวจสอบนั้น เป็นเพียงข้อเรียกร้องทางการเมืองในขณะนี้ หากมีการนำเสนอข้อมูลหรือหลักฐานใหม่ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องพิจารณาตามขั้นตอนและกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การกล่าวถึงบุคคลในคดีดังกล่าวควรยึดสถานะและผลการพิจารณาตามเอกสารทางราชการ โดยเฉพาะกรณีนางจันทร์เพ็ญ ซึ่งคำวินิจฉัย กกต.ที่ 19/2567 ระบุให้ยุติเรื่อง เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่สามารถรับฟังได้ว่ามีส่วนสนับสนุนการกระทำที่ถูกกล่าวหา

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ภูมิใจไทย
ทนายอั๋น
เลือกตั้ง2566
อำนาจเจริญ
กกต.