นายกฯ เตรียมไปเกาะพะงัน สั่งสแกนนอมินี ชี้เป็นภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ เตรียมไปเกาะพะงัน สั่งสแกนนอมินี ชี้เป็นภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

เตรียมลงพื้นที่เกาะพะงัน สั่งสแกนนอมินีทั่วประเทศ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 13 พ.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินีอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการคุ้มครองประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามเรื่องนี้ด้วยตนเอง และย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การใช้นอมินีหรือช่องว่างทางกฎหมายกลายเป็นภัยคุกคามประชาชน เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจ แต่เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีการจ้างงานจำนวนมาก และส่งผลต่อรายได้ของประชาชนในวงกว้าง


สรุปข่าว

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ ลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี 13 พ.ค. 69 สั่งสแกนนอมินีทั่วประเทศ ชี้เป็นภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ย้ำไม่ปล่อยทุนสีเทาใช้ช่องว่างกฎหมายแย่งงานคนไทย

เตรียมลงพื้นที่เกาะพะงัน สั่งสแกนนอมินีทั่วประเทศ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 13 พ.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินีอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการคุ้มครองประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามเรื่องนี้ด้วยตนเอง และย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การใช้นอมินีหรือช่องว่างทางกฎหมายกลายเป็นภัยคุกคามประชาชน เพราะปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจ แต่เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีการจ้างงานจำนวนมาก และส่งผลต่อรายได้ของประชาชนในวงกว้าง


ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้สแกนนิติบุคคลในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน พบว่ามีนิติบุคคลรวม 16,811 ราย โดยเป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือ 67.97% แบ่งเป็นเกาะพะงัน 3,213 ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย สะท้อนความจำเป็นที่รัฐต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือให้นอมินีบังหน้าเพื่อเลี่ยงกฎหมายหรือไม่

“นายกรัฐมนตรีให้นโยบายฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สแกนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภูเก็ต สมุย หรือพะงัน หากพบการใช้ช่องว่างกฎหมายแย่งอาชีพและการทำมาหากินของคนไทย ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” น.ส.รัชดากล่าว


รัฐบาลไทยสนับสนุนการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้อง โปร่งใส  

น.ส.รัชดา กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ารัฐบาลไทยสนับสนุนการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้อง โปร่งใส และสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย แต่จะไม่ยอมให้ทุนสีเทา นอมินี หรือเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเข้ามาตักตวงผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย พร้อมขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ และไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้ต่างชาติใช้ชื่อคนไทยบังหน้า เพราะการปกป้องอาชีพคนไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว