ทำไม Bitcoin ถึงพุ่งแรงในวิกฤต Covid-19??

TNN ONLINE

TNN Exclusive

ทำไม Bitcoin ถึงพุ่งแรงในวิกฤต Covid-19??

ทำไม Bitcoin ถึงพุ่งแรงในวิกฤต Covid-19??

3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ Bitcoin ปรับตัวขึ้นแรงในปีแห่งวิกฤต Covid-19 โดย เอกราช ศรีศุภวิชากิจ Head of Risk Management & Research Specialist : Zipmex

ในปี 2020 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่ท้าทายมากสำหรับการลงทุน ตั้งแต่ต้นปีก็มีวิกฤต Covid-19 ประกอบกับภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจ นั่นทำให้สินทรัพย์ลงทุนทั่วโลกถึงกับทรุดหนัก ปรับตัวลดลงเร็วและรุนแรงกว่าวิกฤตในครั้งที่ผ่านมา ทางภาครัฐและธนาคารกลางของทั้งโลกก็มีมาตรการออกมาเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ให้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม จึงทำให้ช่วงกลางปี 2020 สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกได้พลิกฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็วแบบ V Shape สวนทางกับ Real Sector อย่างภาคธุรกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบเต็มๆ และสวนทางการนักวิเคราะห์หลายสำนักที่มองว่าการกลับตัวแบบ V Shape นี่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้

หากจะพูดถึงสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือทองคำต่างก็ปรับตัวบวกได้อย่างสวยงาม แต่มีสินทรัพย์อีกหนึ่งชนิดที่นอกจากจะปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นแล้ว ยังถือเป็นกระแสนิยมที่หลายคนต่างก็พูดถึงสิ่งนี้ นั่นก็คือ Bitcoin ผมเชื่อหลายคนเคยได้ยินคำคำนี้ หลายคนเริ่มศึกษาเรื่องนี้ หลายคนถือครองสิ่งนี้ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าราคาBitcoin ในปี 2020 ที่ผ่านมานั้นปรับตัวขึ้นเพราะสาเหตุใด ในบทความนี้ของเราจะมาอธิบายให้ได้เข้าใจกันเพิ่มมากขึ้นครับ

3 สาเหตุหลักที่ทำให้ Bitcoin ปรับตัวขึ้นแรงในปีแห่งวิกฤต Covid-19

1. ปรากฎการณ์ Halving

ทุกสินทรัพย์บนโลกไม่ว่าจะมีสินทรัพย์หรือสิ่งมีค่าอื่นแบ็คอัพหรือไม่นั้น การขึ้นลงของราคาล้วนแล้วแต่มาจากเรื่องของ Demand & Supply ทั้งสิ้น ในอัลกอริทึมของ Bitcoin จะมีสิ่งที่เรียกว่า Halving พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ทุกๆ 4 ปีโดยประมาณ การขุด Bitcoin ของเหล่านักขุดทั้งหลายจะได้รับรางวัลหรือ (Block Reward) ลดลงครึ่งหนึ่ง ในขณะที่จำนวนทั้งหมดของมันคือ 21 ล้านBTC นั่นหมายความว่า Supply จะลดลงเรื่อยๆในอนาคต สวนทางกับความต้องการและการยอมรับที่มากขึ้น


ที่มา : https://www.coinmama.com/blog/the-bitcoin-halving-a-history/

2. ปรากฏการณ์ Mass Adoption

ในช่วงแรกที่ Bitcoin ถือกำเนิดขึ้น มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้นที่สนใจ และคนกลุ่มนั้นก็ไม่ได้ “เชื่อมั่น” ใน Bitcoin มากขนาดนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังอย่าง Blockchain รวมถึงคุณสมบัติของตัวมันเอง ได้สร้างความสนใจและสร้างความเชื่อมั่นในวงกว้าง จากเงินของเล่น ก็เริ่มมีคนนำมาแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาก็มีการนำไปใช้ในโลกสีเทา(เป็นธรรมดาของทุกสินทรัพย์ที่เพิ่งถือกำเนิด)แล้วช่วงนี้ก็เริ่มมีการพูดถึงว่ามันคือ E-Gold หรือทองคำอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีใครสามารถแทรกแซงได้ พัฒนาการด้านความเชื่อมั่นแบบนี้ แสดงถึงการที่ผู้คนเริ่มให้การยอมรับมากขึ้น เปิดใจมากขึ้น ถือครองมากขึ้น บางเวลาก็มีคนมาเก็งกำไรจนราคาพุ่งขึ้นแรงจนเกินพอดี เป็นปรากฎการณ์ Mass Adoption เช่นทุกวันนี้

3. ปรากฎการณ์ Institutional Investment

ในปี 2020 ที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันหันมาสนใจถือครอง Bitcoin กันมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่น MicroStrategy(ถือหุ้นโดย Morgan Stanley ,The Vanguard Group ,BlackRock Fund Advisors) และ Grayscale ไปจนถึง JPMorgan และ Goldman Sachs ซึ่งยังไม่นับสถาบันขนาดเล็กแห่งอื่นล่าสุดเทสลา (Tesla) บริษัทรถไฟฟ้าของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประกาศกว้านซื้อ Bitcoin เป็นมูลค่า 1,500 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.4 หมื่นล้านบาท ทำให้ราคาของBitcoin ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนหลายคนเกิดความกังวลว่าสูงเกินไปรึเปล่า มีอะไรมารองรับปัจจัยพื้นฐานของมันหรือไม่ แต่อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าสินทรัพย์ทุกชนิดมีความแตกต่างกัน บางชนิดมีกระแสเงินสด บางชนิดไม่มี การจะประเมิน “ปัจจัยพื้นฐาน” ของมันก็มักจะแตกต่างกันด้วย เช่น ทองคำ สินค้าเกษตร หรือแม้กระทั่งภาพเขียน เพราะหากต้องการประเมินราคาภาพเขียนจากสิ่งที่จับต้องได้ ภาพเขียนโมนา ลิซ่าคงซื้อขายกันไม่กี่บาทเนื่องจากค่ากรอบรูป ค่ากระดาษ ค่าสีรวมกันคงไม่เกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ปัจจุบันภาพนี้ประเมินราคาไม่ได้แต่คาดกันว่า 25,000 ล้านบาทโดยประมาณ)

ไม่เพียงแต่การถือครอง Bitcoin ในตลาด Spot เท่านั้น ตลาดฟิวเจอร์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคา Bitcoin ก็ยังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะ จากรูปประกอบด้านล่างเป็นปริมาณการเปิดสถานะ (Open Interest) ในตลาด The Chicago Mercantile Exchange(CME)ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าและมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา : https://ark-invest.com/

ทั้ง 3 ปัจจัยดังที่กล่าวข้างต้นเป็นเพียงปัจจัยหลักๆที่ผลักดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดนี้ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่แน่นอนว่าการปรับตัวขึ้นแบบนี้หลายท่านเริ่มกังวล เริ่มมีการพูดถึงฟองสบู่ที่ใกล้จะแตก แต่อนาคตเป็นสิ่งที่เดาไม่ได้ ฟันธงไม่ได้ แต่สิ่งที่มั่นใจได้ก็คือสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะหันมาสนใจศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่เป็นปัจจุบันและจะเป็นในอนาคต

หากสนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ติดตามอ่านบทความของเราได้ที่ TNN Online หรือเข้ามาที่ https://zipmex.co.th/en/


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง