นายกฯ ตั้งทีมไทยแลนด์ 4 ชุด จัดทัพสู้ภัยโควิด-19

TNN ONLINE

การเมือง

นายกฯ ตั้งทีมไทยแลนด์ 4 ชุด จัดทัพสู้ภัยโควิด-19

นายกฯ ตั้งทีมไทยแลนด์ 4 ชุด จัดทัพสู้ภัยโควิด-19

กกร. เห็นชอบตั้งคณะทำงาน 4 ทีมร่วมภาครัฐ เอกชน บริหารวัคซีน ป้องกันโควิด-19 ย้ำตั้งเป้าจัดหาวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโดส และกระจายฉีดให้ประชาชน 50 ล้านคน ในสิ้นปีนี้

วันนี้ (28 เม.ย.64) นายสนั่น อังกุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผย ภายหลังการประชุม หารือแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีนระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม โดยมีมติเห็นชอบตั้ง 4 ทีม คณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน สนับสนุนการจัดหาวัคซีน และกระจายวัคซีน โดยทีมไทยแลนด์เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนคนไทย รวมถึงชาวต่างชาติที่ทำงาน และพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย หรือ แรงงาน จะได้รับวัคซีนด้วยเช่นกัน โดยรัฐบาลตั้งเป้าจะให้ฉีดวัคซีนให้คนในประเทศ 50 ล้านคน หรือ 100 ล้านโดส มีการกระจายวัคซีนครอบคลุมภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้สามารถเปิดประเทศได้ในช่วงต้นปีหน้า 2565 และยืนยันว่าภูเก็ตแซนบ็อกโมเดล จะเกิดขึ้นใน 1 กค.นี้ เนื่องจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน และจะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้

สำหรับ ทีมไทยแลนด์ 4 ชุดสู้ภัยโควิด ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมภาครัฐ-เอกชน ประกอบด้วย

1.TEAM Distribution and Logistics ทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน

ในระยะแรกได้มีการจัดเตรียมพื้นที่นำร่องเสนอ กทม. 66 แห่ง โดยผ่านการคัดเลือก 14 แห่งกระจายทั่วกรุงเทพฯ แบ่งเป็น 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพเหนือ 2 จุด กรุงเทพใต้ 4 จุด กรุงเทพตะวันออก 3 จุด กรุงธนเหนือ 2 จุด และกรุงธนใต้ 3 จุด ซึ่งจะมีทั้งสถานที่ที่เป็นศูนย์การค้า สำนักงาน และสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งสถานที่ทั้ง 14 แห่งดังกล่าว จะรองรับประชาชนได้ประมาณ 1,000-2,000 คนต่อวัน รวมแล้วสามารถให้บริการได้วันละ 20,500 คน ซึ่งจะเป็นส่วนเสริมการให้บริการของกรุงเทพมหานครระยะถัดไป จะหารือในการจัดทำหน่วยฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ไปยังจุดต่าง ๆ ตามชุมชน และบริษัทต่าง ๆ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน โดยมีภาคเอกชนสนใจให้การสนับสนุนหลายแห่ง จะนำต้นแบบ (Best Practice) ของพื้นที่เอกชนร่วมกับกรุงเทพฯ กระจายผ่านหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการช่วยบริหารจัดการสถานที่ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

2. TEAM Communication ทีมการสื่อสารสนับสนุนการทำงานด้านการสื่อสารของภาครัฐ

เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ซึ่งจะเน้นความสำคัญของการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง และอัพเดทข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลทางการของภาครัฐ และตั้งทีมคณะทำงานประกอบด้วยบริษัทชั้นนำ 20 บริษัท เพื่อระดมทรัพยากรและช่องทางการสื่อสาร อาทิ LINE, Google, Facebook, VGI, CP และบริษัทอื่นๆ ยินดีให้การสนับสนุนด้านการสื่อสารอย่างเต็มกำลังทั้ง Online และ Offline

3.TEAM IT Operation ทีมเทคโนโลยีและระบบ

เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการลงทะเบียนและลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ ในศูนย์ปฏิบัติการของภาคเอกชน โดยนำเทคโนโลยีมาสนับสนุน ได้มีการหารือถึง solution ที่ควรจะเป็น เพื่อลดขั้นตอนระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพ และหลังจากการสำรวจพื้นที่ศึกษา “หมอพร้อม” เบื้องต้น และทำความเข้าใจขั้นตอนการฉีดวัคซีน ได้ทำหน้าที่เสนอแนวทางการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ เพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ ตลอดจนการนำเสนอ Best Practice ต่างๆ มาเป็นข้อมูล และให้การสนับสนุนทีมอื่นๆ หลายบริษัทที่เสนอตัวว่ามี Application ในลักษณะที่น่าจะนำมาประยุกต์ได้ เช่น กลุ่มปาร์คนายเลิศเป็นลักษณะการลงทะเบียนและการจองคิว ซึ่งสามารถเปลี่ยนจาก Web Application เป็น mobile app ได้ รวมถึงการเสนอตัวของ QueQ, Line Application และ Grab

4.TEAM Extra Vaccine procurement ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม

ทีมสำรวจความต้องการภาคเอกชน โดยทำแบบสอบถาม โดยให้บริษัทเอกชนแสดงความประสงค์ในการได้วัคซีน ซึ่งนายจ้างจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง ปัจจุบันมีผู้แจ้งความต้องการ 2,629 บริษัท จำนวนพนักงาน 921,817 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 28/4/2564) ซึ่งจะนำส่งให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดสรรวัคซีนต่อไป และทีมเจรจาวัคซีนทางเลือกเสริมจากภาครัฐ ภาคเอกชนพร้อมที่จะสนับสนุนภาครัฐในการเร่งจัดหาวัคซีนทางเลือกให้ทันเวลา และพร้อมสนับสนุนภาครัฐให้สามารถบริหารจัดการกระจายวัคซีนได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเอกชนแจ้งความต้องการจัดหาวัคซีนแล้ว 2,629 บริษัท เพื่อกระจายให้พนักงานจำนวน 921,817 คน

ขณะเดียวกัน หอการค้า ได้เตรียมสถานที่ใน กทม. และปริมณฑล ในการรองรับฉีดวัคซีน ส่วนต่างหวัดให้ คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือ กรอ.ประสาน สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารในการจัดหาสถานที่ฉีดวัคซีนในกรณีที่จำเป็น รวมถึงนิคมอุตสาหกรรม จะเข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย

ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้ประสาน กูเกิ้ล เฟซบุ๊ก ช่วยประชาสัมพันธ์ เรื่องการฉีดวัคซีนให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง