TNN online เปิดประวัติ 'ฟิลิปเป้ คูตินโญ่' พร้อมกลับมาเฉิดฉาย บนเวทีพรีเมียร์ลีก

TNN ONLINE

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เปิดประวัติ 'ฟิลิปเป้ คูตินโญ่' พร้อมกลับมาเฉิดฉาย บนเวทีพรีเมียร์ลีก

เปิดประวัติ 'ฟิลิปเป้ คูตินโญ่' พร้อมกลับมาเฉิดฉาย บนเวทีพรีเมียร์ลีก

ตรวจโปรไฟล์ EP.6 ทีมข่าว TNNSPORTS พาไปทำความรู้จัก เช็กข้อมูลส่วนตัวของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แนวรุกคนเก่งของ แอสตัน วิลล่า ที่ยืมตัวมาจากบาร์เซโลน่า

ชื่อเต็ม : ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กอร์เรอา (Philippe Coutinho Correia)

เกิด : 12 มิถุนายน ค.ศ. 1992

สัญชาติ : บราซิล

ตำแหน่ง : กองกลาง

ส่วนสูง : 172 เซนติเมตร


เปิดประวัติ 'ฟิลิปเป้ คูตินโญ่' พร้อมกลับมาเฉิดฉาย บนเวทีพรีเมียร์ลีก

ที่มาภาพ : AFP


ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ คือผลผลิตชิ้นโบแดงจากศูนย์ อะคาเดมี่ ของ วาสโก ดา กาม่า ที่ให้การดูแลมิดฟิลด์ร่างเล็กรายนี้ตั้งแต่ 6 ขวบ โดย คูตินโญ่ ใช้เวลาในการพัฒนาฝีเท้าเกือบ 10 ปี ก่อนจะฉายแววความเป็นอัจฉริยะลูกหนัง ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับ วาสโก ดา กาม่า และ ทีมชาติ บราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ซึ่งในบทบาทหลังดูเหมือนจะเป็นการประกาศศักดาให้โลกรู้ถึงความฉกาจฉกรรจ์ของฝีเท้า หลังจากตะบันแฮตทริคใส่ อิหร่าน ในเกมอุ่นเครื่อง และด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงหาตัวจับยากสำหรับเยาวชนที่มีอายุแค่ 16-17 ปี จึงเข้าตา อินเตอร์ มิลาน มหาอำนาจลูกหนังของอิตาลีเข้าอย่างจัง


ปี 2008 อินเตอร์ มิลาน พยายามดึงตัวสตาร์ บราซิล เข้าถิ่น ซาน ชิโร่ ด้วยค่าตัวอยู่ที่ 4 ล้านยูโร ทว่าล้มเหลวเนื่องจาก วาสโก ดา กาม่า ต้องการเก็บ คูตินโญ่ ไว้ใช้งานและค่าตัวที่ได้รับสำหรับดีลครั้งนี้ก็ไม่สมน้ำสมเนื้อแต่ประการใด อย่างไรก็ตามความพยายามของ "เนรัซซูร์รี่" กลับมาสัมฤทธิ์ผลในปี 2010 ยุค "เอล ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ ที่แท็คทีมกับ มัสซิโม โมรัตติ ประธานสโมสร เดินเกมทาบทามอย่างจริงจัง พร้อมการันตีกับ คูตินโญ่ ว่าจะมีอนาคตภายใต้สโมสรแห่งนี้อย่างแน่นอน ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายสำมะโนครัวจากแดนกาแฟมาอยู่ อิตาลี ในที่สุด


เกมประเดิมสีเสื้อใหม่ อินเตอร์ มิลาน คือแมตช์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ช่วงปลายเดือน สิงหาคม 2010 ด้วยการออกสตาร์ทเป็นตัวสำรองในการเจอกับ "ทีมตราหมี" แอตเลติโก มาดริด และมีส่วนร่วมกับศึกแชมป์ชนแชมป์นี้ใน 10 นาทีสุดท้าย ต่อมาเส้นทางในถิ่น ซาน ชิโร่ ดูเหมือนจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เนื่องจากตำแหน่งหรือวิธีการเล่นไปทับกับนักเตะระดับบิ๊กเนมอย่าง เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ จอมทัพชาวฮอลแลนด์ ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังปี 2012 จึงต้องย้ายมาอยู่ สเปน กับ เอสปันญ่อล ด้วยสัญญายืมตัว


ช่วงเวลาหกเดือนที่อยู่กับ เอสปันญ่อล ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แข้งบราซิเลี่ยนรายนี้กลับมามีชื่อติดตลาดอีกครั้ง หลังจากทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้กับทีมจากแคว้นคาตาลัน โดยเฉพาะลูกฟรีคิกและจังหวะสอดขึ้นไปทำประตูที่ทำได้อย่างเด็ดขาด จนสามารถซื้อใจแฟนบอลชาวคาตาโลเนี่ยนได้ด้วยระยะเวลาเพียงสั้นๆ อย่างไรก็ตาม คูตินโญ่ เหมือนกลับไปอยู่ในขุมนรกอีกครั้ง เมื่อหมดสัญญายืมตัวต้องกลับไปใส่สนับก้นในถิ่น ซาน ซิโร่ ด้วยความเบื่อหน่ายและเริ่มหมดคุณค่าในตัวเอง อินเตอร์ จึงสนนราคา 10 ล้านยูโร สำหรับการปล่อยตัว คูตินโญ่ ให้กับที่สนใจ


เมื่อข่าวนี้สะพัดไปที่ตลาดซื้อขายนักเตะ ลิเวอร์พูล และ เซาท์แฮมป์ตัน จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างให้ความสนใจที่จะดึงสตาร์บราซิลไปร่วมแก๊งค์ โดย "หงส์แดง" ต้องการเสริมทัพในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกอยู่พอดี และ ทีมนักบุญ ก็พึ่งได้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่เป็นนายเก่า เอสปันญ่อล ข้ามแดนมาคุมทีม เซาธ์แฮมป์ตัน จึงจัดการเดินเกมเร่งปิดดีลเป็นการด่วน ทว่า คูตินโญ่ เลือก ลิเวอร์พูล เพราะมี ลูคัส เลว่า คนบ้านเกิดเดียวกันน่าจะช่วยในเรื่องการปรับตัวในอังกฤษได้ดีกว่า จึงตัดสินใจย้ายมา ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร ในที่สุด ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา


ชีวิตในรั้ว แอนฟิลด์ ทาง คูตินโญ่ ถือว่ามีความมั่นคงในอาชีพค้าแข้งมากที่สุดนับจากสี่สโมสรที่เคยเล่น เพราะนอกจากจะตีตราจองตำแหน่งตัวจริงบนแผงมิดฟิลด์ เร้ดแมชชีน (ถ้าไม่เจ็บไม่แบน) คูตินโญ่ จะได้ยืนอยู่หลังกองหน้าในฐานะ เบอร์ 10 ของสโมสร ซึ่งนักเตะวัย 21 ปี รายนี้ถือว่าปรับตัวกับต้นสังกัดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เซ้นส์และสปีดบอลที่สามารถพลิกแพลงในพื้นที่แคบๆ ตอบโจทย์ความต้องการของสาวก เดอะ ค็อป ได้อย่างตรงประเด็น หลังจาก ลิเวอร์พูล ร้างนักเตะสไตล์นี้มานาน ตั้งแต่หมดยุครุ่งเรืองในช่วงปี 80


แมตช์เปิดตัวของ คูตินโญ่ ในถิ่น แอนฟิลด์ คือเกมกับ เวสต์บรอมวิช ที่ลงมาสัมผัสเกมในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แทน สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ก่อนที่ต้นสังกัดจะแพ้ เวสต์บรอมฯ ไปด้วยสกอร์ 0-2 ถึงกระนั้น ลิเวอร์พูล มาแก้ตัวได้ในสัปดาห์ถัดมาที่เปิดรังถล่ม สวอนซี ไปถึง 5-0 ซึ่งเปรียบเสมือนแมตช์เปิดตัวอย่างเป็นทางการของ คูตินโญ่ ที่สามารถทำประตูได้ 1 ลูก หลังจาก "หม่อมเหยิน" หลุยส์ ซัวเรซ จ่ายบอลถวายพานทองมาให้ดาวยิงเชื้อชาติ บราซิล ซัดเข้าไปไม่เหลือซากในนาทีที่ 46 ซึ่งเป็นช็อตที่สร้างความประทับใจให้กับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ เร้ดแมชชีน เข้าอย่างจัง


สถานะในทีมของ คูตินโญ่ ดีขึ้นทันตาเห็นเพราะหลังจากนั้นเจ้าตัวได้ออกจากสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง ในเกมกับ วีแกน ซึ่งแข้งวัย 21 ปี ไม่ทำให้ความไว้ใจของ ร็อดเจอร์ส ต้องเสียเปล่า เมื่อสร้างจังหวะเกมรุกได้อย่างวูบวาบ และเป็นแอสซิสต์ให้กับ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง และ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงประตู ส่ง ลิเวอร์พูล นำ 2-0 ตั้งแต่ยังไม่ครบ 20 นาทีแรก ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกถอดไปพักในนาทีที่ 71 หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ยังคงรักษาความคงเส้นคงวาในระดับฝีเท้าที่น่าพอใจจนได้รับการโหวตจากสาวก เดอะ ค็อป ให้ คูตินโญ่ เป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือน มีนาคม, เมษายน 2013 พร้อมกับคั่วดาวรุ่งฟอร์มแรงที่สุดในสโมสรไปครองอีกด้วย


จนกระทั่งในฤดูกาลต่อมาได้มีการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของสโมสร โดยการเข้ามาของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมัน ที่เข้ามาคุมทีมและปลุกความยิ่งใหญ่ให้กลับสโมสรได้อีกครั้ง ซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ คูตี้ ได้พัฒนาฝีเท้าและฉายแสงฟอร์มเก่งขึ้นมาอีกครั้ง จนฟอร์มการเล่นของเขาได้ไปเข้าตาทีมต่างดาวอย่าง บาร์เซโลน่า ยอดทีมดังจากประเทศสเปน และได้แสดงถึงความต้องการที่จะคว้าตัวดาวเตะรายนี้เข้ามาครอบครองอย่างจริงจัง แต่ทว่าก็ได้ถูก ลิเวอร์พูล ปฏิเสธไปอย่างหน้าตาเฉย แต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้เจ้าตัวเสียสมาธิไปจากเกมลูกหนังได้ เพราะยังคงโชว์ผลงานและฟอร์มที่เร้าร้อนอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสภาพทีมที่ยังไม่สามารถทำผลงานขึ้นไปถึงการเป็นแชมป์ของลีกสูงสุดอย่าง พรีเมียร์ ลีก ได้นั้น ทำให้ คูตี้ เริ่มมีคิดถึงอนาคตของตัวเองและตัดสินใจขอขึ้นบัญชี ซื้อ-ขาย เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสถึงความสุดยอดของการเป็นแชมป์ และแน่นอนว่าต้องเป็น บาร์เซโลน่า ทีม UFO จากประเทศสเปน ที่พร้อมจะดูดตัวของ คูตี้ ขึ้นสู่ยานแม่ในทันที


เปิดประวัติ 'ฟิลิปเป้ คูตินโญ่' พร้อมกลับมาเฉิดฉาย บนเวทีพรีเมียร์ลีก

ที่มาภาพ : AFP


จนกระทั่งวันที่ 6 มกราคม 2018 ลิเวอร์พูลได้บรรลุข้อตกลงกับทางสโมสร บาร์เซโลน่า ด้วยข้อเสนอการคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตี้ ด้วยค่าตัวราวๆ 120 ล้านปอนด์ มาร่วมทีมได้สำเร็จ ด้วยความคาดหวังจากแฟนบอลจึงทำให้เขายังคงต้องพิสูจน์ตัวเองเป็นอย่างมากในสโมสรแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็สามารถพังแรกให้กับต้นสังกัดใหม่ได้อย่างรวดเร็วในศึก ลา ลีก้า สเปน ที่บาร์เซโลน่าเปิดรังเอาชนะ ฌิโรนา ไปได้ถึง 6-1 และยังผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งจบฤดูกาล 2017-2018 เขาสามารถคว้าแชมป์ ลา ลีก้า สเปน ร่วมกับต้นสังกัดใหม่อย่าง บาร์เซโลน่า และนอกจากนี้ เขายังมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ โคปาเดย์เร ได้ ได้สำเร็จ นับเป็นการออกสตาร์ทกับต้นสังกัดใหม่ที่สวยงามเลยทีเดียว


แต่อย่างไรก็ตามเส้นทางของเขาก็ยังคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะหลังจากเปิดซีซั่นใหม่ขึ้นมานั้นเขายังคงต้องนั่งเป็นตัวสำรองอย่างบ่อยครั้ง และน้อยครั้งที่จะได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง ส่งผลให้ฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวนั่นดับลงไปอย่างน่าเหลือเชื่อ จนทำให้ถูกปล่อยยืมตัวไปให้กับบาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซีซั่น 2019/20 ก็ถือว่าทำผลงานได้ดี โดยเจ้าตัวลงสนามไปทั้งสิ้น 38 นัดรวมทุกรายการ ทำไป 11 ประตูกับ 9 แอสซิสต์ และร่วมคว้าทริปเปิลแชมป์กับทีมได้สำเร็จ


ต่อมาเขากลับมายังถิ่นคัมป์ นู และก็ยังไม่สามารถยึดตัวจริงได้อย่างต่อเนื่องอีก จนทำให้เมื่อช่วงตลาดซื้อขายนักเตะของพรีเมียร์ลีกในช่วงเดือนมกราคม เปิดตัวขึ้น สโมสรแอสตัน วิลล่า ภายใต้การคุมทีมของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตตำนานของลิเวอร์พูล และเพื่อนรักของ คูตี้ ได้จัดการยื่นข้อเสนอเพื่อยืมตัว คูตินโญ่ มาใช้งานเป็นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมการบวกออปชั่นซื้อขาด 33 ล้านปอนด์เอาไว้อีกด้วย


จากการย้ายทีมของ คูตินโญ่ กลับมายังพรีเมียร์ลีก ถือเป็นการกลับมาในรอบในรอบ 4 ปีของเขา และจากการที่ได้ลงสนามในนัดแรกและพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเป็นตัวสำรองและถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในนาทีที่ 66 จากที่ทีมโดนนำอยู่ 2-0 เขามีส่วนร่วมในทั้ง 2 ประตู ด้วยการแอสซิสต์ และยิง 1 ประตู ช่วยทีมเก็บแต้มสำคัญได้สำเร็จ จนทำให้ทั้งวิลล่า พาร์ค ตะโกนเรียกชื่อของเขาออกมาว่า "คูตี้ คูตี้ คูตี้"


เปิดประวัติ 'ฟิลิปเป้ คูตินโญ่' พร้อมกลับมาเฉิดฉาย บนเวทีพรีเมียร์ลีก

ที่มาภาพ : AFP

เกียรติประวัติ


สโมสร วาสโก ดา กามา 

Campeonato Brasileiro Série B : 2009


สโมสร อินเตอร์มิลาน 

โกปปาอีตาเลีย : 2010–11

ซูแปร์โกปปาอีตาเลียนา : 2010


สโมสร บาร์เซโลน่า 

ลาลีกา : 2017–18

โกปาเดลเรย์ : 2017–18

ซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา : 2018


ทีมชาติบราซิล 

FIFA U-20 World Cup : 2011

Superclásico de las Américas : 2014


รางวัลส่วนตัว

- PFA Fans’ Player of the Month : กุมภาพันธ์ 2015

- ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ : 2014–15

- UEFA Europa League Squad of the Season : 2015–16

- นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล : 2014–15, 2015–16

- Liverpool FC Players’ Player of the Year : 2014–15, 2015–16

- Samba Gold Award (Samba d’Or) : 2016

- Football Supporters’ Federation Player of the Year : 2016

- FIFPro World XI 4th team : 2017

- ผู้ทำประตูสูงสุดของลิเวอร์พูล : 2016–17

- ประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล : (2014–15: เจอกับ เซาแทมป์ตัน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2015), (2015–16: เจอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในวันที่ 17 มีนาคม 2016)

- ฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี : (2014–15: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 1 มีนาคม 2015), (2015–16: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2015)

- นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล : 2012–13

- นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลจากสมาคมกองเชียร์ผู้พิการ : 2014–15, 2015–16

- Liverpool Player of the Month Award : มีนาคม 2013, เมษายน 2013, ตุลาคม 2014, ธันวาคม 2014, มกราคม 2015, กุมภาพันธ์ 2015, เมษายน 2015, สิงหาคม 2015, พฤศจิกายน 2015, มีนาคม 2016, ตุลาคม 2016, เมษายน 2017

- ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของอีเอ สปอร์ตส์ : กุมภาพันธ์ 2015, มีนาคม 2015, เมษายน 2015, สิงหาคม 2015, ตุลาคม 2015, กุมภาพันธ์ 2016, มีนาคม 2016, สิงหาคม 2016, ตุลาคม 2016

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง