TNN online เลือกตั้ง 2566 "ศาล" รับตีความ ปม กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง

TNN ONLINE

เลือกตั้ง2566

เลือกตั้ง 2566 "ศาล" รับตีความ ปม กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง

เลือกตั้ง 2566 ศาล รับตีความ ปม กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง

ศาลปกครองสูงสุด มีมติรับคำร้อง เพื่อพิจารณาการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ของ กกต.

เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ในฐานะผู้ยื่นคำร้อง ระบุว่า ศาลปกครองสูงสุดได้รับคำร้องปมการแบ่งเขตเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครที่ได้ยื่นร้องไปแล้ว เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา  ทั้งนี้ ตนเองในฐานะผู้ร้องได้ยื่นเอกสารหลักฐานหมดแล้ว และหลังจากนี้ต้องรอการเรียกไต่สวนตามกฎหมาย  ซึ่งในขั้นตอนนี้ไม่มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว แต่ตามกฎหมายศาลจะดำเนินการและพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้ง พร้อม มั่นใจว่า  การแบ่งเขตเลือกตั้งกฎหมายให้รวมอำเภอเป็นเขตเลือกตั้ง แต่จากแบ่งเขตการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้งนี้ มีเพียง 4 เขตจาก 33 เขต ที่เป็นเขตเลือกตั้งเดิม โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการตั้งใจทำลายเขตไม่ให้เหมือนเดิมหรือไม่


ทั้งนี้  มีรายงานว่าศาลปกครองสูงสุด  ได้รับคำร้องการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 3 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร, สุโขทัย และสกลนคร ขณะที่ กกต. อยู่ระหว่างการเตรียมทำคำชี้แจงส่งต่อศาล



ขณะที่  การเตรียมพร้อมจัดการเลือกตั้งของ กกต. ล่าสุด ได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงการดำเนินการในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566 โดยมีนายแสวง บุญมีเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในการประชุม  ซึ่ง  กกต.ได้ชี้แจงเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.  โดยคุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด  อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่เหตุยุบสภาให้ลดลงเหลือ 30 วัน


ส่วนลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. อาทิ  ติดยาเสพติดให้โทษ เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ  อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง  ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 10 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกิน 2 ปี เป็นต้น

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง