
สรุปข่าว
วันนี้ (4ธ.ค.64) นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ อธิบายถึงโควิดกลายพันธ์ุโอไมครอนว่า มีความร้ายกาจกว่าสายพันธ์เดลตา เกี่ยวกับการทำให้คนติดเชื้อได้ง่าย เห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการแพร่ระบาดของสายพันธ์นี้ในกลุ่มแอฟริกาใต้ ต่างจากเดลตา ที่ก่อนหน้านี้ ถึงแม้จะมีการพบผู้ติดเชื้อในแอฟริกาใต้ แต่กลับไม่แพร่ระบาดวงกว้างเช่นนี้ ดังนั้น จึงเชื่อว่า โอไมครอน จะแพร่ระบาดไปทั่วโลกแทนที่เดลตาแน่นอน
แต่ขอประชาชนอย่าวิตกกังวล เพราะยังไม่มีข้อมูลว่า เมื่อติดเชื้อแล้ว อาการจะรุนแรงกว่าสายเดลตาหรือไม่
ดังนั้นเวลานี้ จึงแนะนำวิธีรับมือว่า ประชาชนกลุ่มยังไม่รับวัคซีน ควรรีบเข้าฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด ทั้งสูตรไขว้และกระตุ้นเข็มที่ 3 และที่สำคัญ ภาครัฐ ควรทำการตรวจหาเชื้อแบบระบุสายพันธ์ุออกมาให้ได้เร็วและมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อจะได้รู้ว่า มีโอไมครอนในไทยหรือยัง จึงจะได้รับมือทัน
ส่วนแอฟริกาใต้ ที่พบผู้ป่วยโควิดโอไมครอน มีข้อมูลว่า ในกลุ่มวัยรุ่น หรือไม่ใช่กลุ่มผู้สูงอายุ เมื่อติดเชื้อแล้ว สามารถหายเองได้ทั้งในผู้ที่รับวัคซีนแล้ว และผู้ยังไม่รับวัคซีน เหมือนสายพันธ์ุทั่วไป ที่เชื้ออยู่ในร่างกายประมาณ 10 วัน แล้วค่อยๆหายไปเอง หลังจากนั้นจะมีภูมิคุ้มกันกลับมา ซึ่งพบว่าหลังป่วยแล้ว จะให้ภูมิคุ้มกันสูงกว่าสายพันธ์เดลตา
ทั้งนี้ ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก กรณีมีการติดตามตัวนักท่องเที่ยวจากกลุ่มแอฟริกาใต้ เพราะหากในอนาคตมีการพบโอไมครอนในไทย ต้องยอมรับและปรับตัวให้อยู่รอด ซึ่งหลักๆ การปฏิบัติ ไม่ต่างจากเดิม คือการหมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และเว้นระยะทางสังคม
ภาพจาก reuters
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand