
สรุปข่าว
วันนี้ (3 ธ.ค.64) ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุถึงผลสำรวจ แอนติบอดีต่อโควิด-19 ในกลุ่มประชากรไทยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ว่า ตามปกติร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันได้ต่อเมื่อฉีดวัคซีนแล้วกับกรณีติดเชื้อ
กรมวิทย์ฯ ได้ทำการสำรวจในประชากร 26,717 คน ครอบคลุม 12 เขตสุขภาพ 30 จังหวัด เป็นการเจาะหาแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันโดยทำการเจาะเลือดเอามาตรวจด้วยเครื่อง เพื่อให้เกิดความแม่นยำ ลดปัญหาผลลวง โดยเก็บตัวอย่างช่วงเดือนพฤศจิกายน
จากตัวอย่างจำนวนที่สุ่ม สัดส่วนผู้ชายผู้หญิงเท่ากันมีอายุตั้งแต่ 18-60 ปี โดยจะถูกสอบถาม 2 คำถาม คือ 1.ยังไม่ฉีดวัคซีนใดๆ เลย 2.ยังไม่ถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด จากนั้นทำการเจาะเลือดแต่ต้องเป็นไปด้วยความยินยอม


สรุปภาพรวม 12 เขตสุขภาพ มีประชากรบางส่วนติดเชื้อไม่รู้ตัว หรือไม่ได้เข้าระบบ อยู่ในสัดส่วน ร้อยละ 1.4
โดยมีความน่าสนใจอยู่ในเขตสุขภาพ 12 ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอัตราการตรวจเชื้อในระบบ พบติดเชื้อร้อยละ 3.6 แต่เมื่อทำการสุ่มตรวจหาแอนติบอดี หาภูมิคุ้มกัน พบว่า มีประชาติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว ร้อยละ 6.2 ทำให้ภาพรวมสถานการณ์ติดเชื้อในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 10
อย่างไรก็ตาม สรุปได้ว่า จากการสุ่มภูมิคุ้มกันในครั้งนี้ มีคนติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวประมาณร้อยละ 1.4 ส่วนอัตราการติดเชื้อที่ตรวจพบด้วย RT-PCR ประมาณร้อยละ 2.6

ขณะที่อัตราการฉีดวัคซีน 2 เข็มในเดือนพฤศจิกายน เมื่อรวมกับอัตราการติดเชื้อคาดว่ายังไม่เพียงพอต่อการป้องกันผู้ป่วยหนักเมื่อเทียบกับอัตราการฉีดวัคซีน 2 เข็มในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูง ทำให้ในกลุ่มคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันเลยมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีนโควิด-19
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ทำการตรวจหาภูมิคุ้มกันในจังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนต่ำ ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างเช่นการเคลื่อนย้ายของประชากรในจังหวัดนั้น อาจจะมีการฉีดวัคซีนในพื้นที่อื่นหรือในจังหวัดนั้นเอง ประชาชนยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด19 ที่ครอบคลุม
ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวจาก 8 ประเทศแอฟริกาเข้าไทยที่กังวลตัวเลข 200 กว่าราย ยังไม่พบโอไมครอน ส่วนกรณีก่อนหน้านี้ที่มาจากทวีปแอฟริกา 700 กว่าคน กรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างการติดตาม

โดยข้อมูลเมื่อเช้านี้ติดตามได้แล้ว 64 ราย นำมาตรวจเชื้อด้วย RT-PCR พบผลเป็นลบทั้งหมด หากผลเป็นลบก็ยังไม่ต้องนำมาตรวจสายพันธุ์ โดยระบบการตรวจ และระบบเฝ้าระวังของไทย ยังรัดกุม ประชาชนมั่นใจได้และไม่ต้องกังวล
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการตรวจ RT-PCR นั้น ยังสามารถตรวจหาเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนได้ ส่วนชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยตัวเอง หรือ Antigen Test Kit (ATK) เป็นการตรวจโปรตีน ได้ลองนำมาทดสอบ พบว่า เชื้อไม่ได้หายขณะตรวจ ใครติดเชื้อก็ยังพบเชื้อ ตอนนี้อยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติมจากทางบริษัทผู้ผลิต.
ภาพจาก ทีมข่าว TNN ช่อง 16
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand