TNN online ไม่รอด! ซาอุฯ - UAE พบผู้ติดเชื้อ “โอไมครอน” รายแรกแล้ว

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

ไม่รอด! ซาอุฯ - UAE พบผู้ติดเชื้อ “โอไมครอน” รายแรกแล้ว

ไม่รอด! ซาอุฯ - UAE พบผู้ติดเชื้อ “โอไมครอน” รายแรกแล้ว

ซาอุดิอาระเบีย - UAE ประกาศตรวจพบผู้ติดเชื้อ “โอไมครอน” รายแรก เป็นนักเดินทางที่มาจากในทวีปในแอฟริกา

วันนี้( 2 ธ.ค.64) กระทรวงสาธารณสุขซาอุดิอาระเบียรายงานพบผู้ติดเชื้อ “โอไมครอน” เป็นรายแรกแล้ว เป็นนักเดินทางที่มาจากประเทศในแอฟริกาตอนเหนือ ซึ่งทำให้ซาอุดิอาระเบียนับเป็นประเทศอาหรับประเทศแรกในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน และอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ก็รายงานพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรกเช่นกัน

สำหรับเคสของซาอุดิอาระเบียน่าสนใจตรงที่ผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรกดังกล่าวนั้น เป็นนักเดินทางที่เป็นพลเรือนของประเทศที่อยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ซึ่งไม่ใช่ประเทศแอฟริกาใต้ ที่เป็นต้นตอการพบโอไมครอน หรือกลุ่มประเทศทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา 8 ประเทศ ที่เป็นเป้าหมายห้ามเดินทางในมาตรการคุมเข้มการเดินทางของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

แต่กระทรวงสาธารณสุขซาอุดิอาระเบีย ไม่ได้เปิดเผยชื่อประเทศในแอฟริกาตอนเหนือดังกล่าวที่นักเดินทางจากประเทศนั้น กลายมาเป็นผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรกของซาอุดิอาระเบีย ขณะนี้นักเดินทางคนนั้นถูกกักตัวแล้ว พร้อมกับผู้สัมผัสใกล้ชิดทุกคนด้วย

ส่วน UAE ตรวจพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรกในนักเดินทางเช่นกัน เป็นหญิงชาวแอฟริกาที่เดินทางมาจากประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา โดยเดินทางผ่านมาทางประเทศอาหรับประเทศหนึ่ง แต่กระทรวงสาธารณสุข UAE ไม่ได้เปิดเผยชื่อของประเทศในทวีปแอฟริกาดังกล่าว

แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่ประกาศว่าพบเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด โอไมครอน เป็นประเทศแรก แต่ขณะนี้ปรากฏว่า เริ่มมีรายงานการพบโอไมครอนในยุโรป ก่อนหน้าที่จะพบในแอฟริกาใต้

ซาอุดิอาระเบียเริ่มมาตรการไม่รับเที่ยวบินที่มาจาก 7 ประเทศตอนใต้ของทวีปแอฟริกามาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ไม่ได้ระงับเที่ยวบินที่มาจากตอนเหนือของทวีปแอฟริกา และยังไม่มีประเทศใดในโลกที่ใช้มาตรการคุมเข้มการเดินทางที่มาจากตอนเหนือของทวีปแอฟริกา

ทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบียเพิ่งสามารถปลดล็อกยกเลิกมาตรการป้องกันโควิด-19 ทั้งหมดไปเมื่อเดือนตุลาคม ที่ใช้มาตั้งแต่โควิดเริ่มระบาดในประเทศ ทำให้ชาวมุสลิมสามารถเข้าไปสวดมนต์ภายในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆได้โดยไม่ต้องเว้นระยะห่างอีกต่อไป หลังจากที่ซาอุฯ ได้ฉีดวัคซีนต้านโควิดไปแล้วกว่า 47 ล้านเข็ม สำหรับประชากรเกือบ 35 ล้านคน

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ระบาดของโควิดในซาอุฯ มีผู้ติดเชื้อสะสมเกือบ 550,000 คน ยอดผู้เสียชีวิตกว่า 8,800 คน ส่วน UAE มีผู้ติดเชื้อสะสม 742,000 คน และยอดผู้เสียชีวิตจากโควิดกว่า 2,100 คน



ภาพจาก reuters/AFP

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง