
สรุปข่าว
วันนี้( 4 ต.ค.64) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันนี้จะมีการประชุม คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยหนึ่งในประเด็นที่จะหารือคือการพิจารณาฉัดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีน ซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ซึ่งคาดว่าจะสามารถฉีดให้ได้เนื่องจากเป็นวัคซีนเชื้อตายเช่นเดียวกับวัคซีนซิโนแวค ส่วนรายละเอียดต่างๆในการฉีดต้องรอให้ที่ประชุมพิจารณา
สำหรับการเปิดประเทศ และผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรม ให้ประชาชนจะกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพต่างๆได้มากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยลดความตึงเครียดลงและมั่นใจว่าเมื่อมีการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ร่วมกับการที่ประชาชนป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา และพื้นที่ต่างๆ เคร่งครัดมาตรการ COVID Free Setting โอกาสเสี่ยงติดเชื้อจะน้อยลงมาก หรือหากติดเชื้อวัคซีนจะช่วยไม่ให้มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต
ส่วนแรงงานต่างจังหวัดที่มีนัดฉีดวัคซีนเข็ม 2 หรือเข็ม 3 ที่ภูมิลำเนา แต่ต้องกลับเข้ามาทำงานใน กทม.หลังเปิดเมือง และประสงค์รับการฉีดวัคซีนใน กทม. ได้มอบหมายให้ อธิบดีกรมควบคุมโรคประสานกับอธิบดีกรมการแพทย์ จัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้กับแรงงานกลุ่มนี้ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ /โรงพยาบาลราชวิถี /โรงพยาบาลเลิดสิน และสถาบันบำราศนราดูร รวมถึงเตรียมเปิดศูนย์นิมิบุตรอีกครั้งเพื่อเป็นจุดฉีดวัคซีนเพิ่มเติม ยืนยันว่าวัคซีนมีเพียงพอ
การฉีดวัคซีนนักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ล่าสุด พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ขณะนี้ได้ฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนสังกัด กทม.แล้ว มีนักเรียนที่สมัครใจฉีดวัคซีน 34,287คน คิดเป็น ร้อยละ 92 ของนักเรียนทั้งหมด ในชั้น ม.ปลาย ฉีดครบ 2 เข็มแล้ว 3,173 คน หรือประมาณร้อยะล 76 ส่วนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นฉีดเข็มแรกไปแล้ว 27,039 คน คิดเป็นร้อยละ 90 และจะฉีดเข็ม 2 ในวันที่ 8-10 พ.ย.นี้ ซึ่งจะฉีดให้กับนักเรียนที่เปลี่ยนใจ หรือไม่ได้ฉีดวัคซีนในรอบแรกเพิ่มเติมด้วย
ในส่วนของครูในสังกัด กทม.ที่มีอยู่ 14,493 คน ได้ฉีดวัคซีนเข็ม 2 แล้วมากกว่าร้อยละ 96 และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำงานในโรงเรียนก็ได้ฉีดวัคซีนเข็ม 2 แล้วมากกว่าร้อยละ 94 ทั้งนี้เมื่อนักเรียนมัธยมใน รร.สังกัด กทม.ทั้ง 109 โรง ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว จะได้กลับมาเรียนในโรงเรียนอีกครั้งในวันที่ 15 พ.ย.นี้
โดยทุกโรงเรียนที่เปิดให้เรียนที่โรงเรียน จะต้องผ่านการประเมินความพร้อมและปฏิบัติตามมาตรการ Sandbox : Safety Zone in School ที่ ศบค.และกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมมีแผนเผชิญเหตุกรณีพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงหรือผู้ป่วยยืนยัน และมีมาตรการตรวจ ATK เพื่อสร้างความปลอดภัยและมั่นใจเป็นระยะตามความเหมาะสม
ภาพจาก AFP
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

