
สรุปข่าว
วันนี้ (20 ต.ค.64) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ในเด็กผู้ชาย โดยคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ได้ประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เช่น กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ และโรคหัวใจ มาให้ข้อมูล โดยมีการพิจารณาหลังมีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียนเข็มที่ 1 รวมถึงการพิจารณาข้อมูลจากต่างประเทศด้วย
พบว่า จากข้อมูลการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ทั่วโลกกว่า 100 ล้านโดส พบมีข้อมูลชี้ชัดแค่ 1 ราย ที่เสียชีวิตหลังจากได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งถือเป็นจำนวนน้อย ขณะที่บางส่วนถึงแม้พบอาการภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบสามารถรักษาตามอาการจนหายได้ ทำให้คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เห็นชอบให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็ก 12-17 ปี
ส่วนการรับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 2 ของเด็กชายที่หลายฝ่ายมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบนั้น อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค มีมติเห็นชอบในกลุ่มเด็กชายอายุ 12-17 ปี สามารถรับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 2 ได้ โดยเป็นไปตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครอง ที่จะแจ้งความประสงค์ขอรับวัคซีน ยืนยัน วัคซีนไฟเซอร์มีประโยชน์มากกว่าผลข้างเคียงที่ถือว่าเกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีนน้อยมาก
ทั้งนี้ หากเด็กติดเชื้อโควิด เด็กจะเกิดอาการอักเสบทั่วตัว หรือ อาการมิสซี โดยระยะหลังพบอาการเหล่านี้เยอะขึ้น
นอกจากนี้ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเกิดขึ้นได้ไม่เฉพาะมาจากวัคซีนโควิดเท่านั้น แต่อาจจะมาจากการติดเชื้อโควิดหรืออาการอื่นร่วมด้วย
สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีน ชนิด mRNA มีการฉีดแล้วหลายเข็ม โดยประเทศที่ฉีด 2 เข็มส่วนใหญ่ คือ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น และบราซิล ส่วนประเทศที่ฉีด 1 เข็ม ได้แก่ เม็กซิโก อังกฤษ นอร์เวย์ ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า การเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมักเกิดในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง 6 คนใน 100,000 คน และพบมากในเข็มที่ 2 และมักเกิดในเด็กผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรง โดยเด็กที่ป่วยส่วนใหญ่มีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ ส่วนกรณีที่เด็กเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนวัคซีนทั่วโลกมีเพียง 1 ราย สำหรับเด็กที่มีอาการของกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบสามารถรักษาได้
ภาพจาก TNN ONLINE
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- สถานการณ์โควิดป่วยสะสมพุ่ง 2.5 แสนราย สายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดแรง
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

