อียูเร่งศึกษา "ไฟเซอร์-โมเดอร์นา" อาจโยงไตอักเสบ ผิวแพ้เฉียบพลัน

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

อียูเร่งศึกษา "ไฟเซอร์-โมเดอร์นา" อาจโยงไตอักเสบ ผิวแพ้เฉียบพลัน

อียูเร่งศึกษา ไฟเซอร์-โมเดอร์นา อาจโยงไตอักเสบ ผิวแพ้เฉียบพลัน

อียู เร่งศึกษาผลข้างเคียงใหม่ที่อาจมีความเชื่อมโยงกับวัคซีนโควิด-19 ของ "ไฟเซอร์ - โมเดอร์นา" ไตอักเสบ - ผิวแพ้เฉียบพลัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้พบอาการอักเสบหัวใจ

วันนี้( 13 ส.ค.64) สหภาพยุโรป หรือ EU ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า คณะกรรมการประเมินความเสี่ยงและติดตามความปลอดภัยจากการใช้ยายุโรป กำลังตรวจสอบ 3 อาการใหม่ว่า เป็นผลข้างเคียงจากการใช้วัคซีนชนิด mRNA ของ ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา หรือไม่ หลังจากพบผู้ฉีดวัคซีน“จำนวนไม่มาก” มีอาการ ผื่นผิวหนังจากการแพ้ยา ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่เกิดขึ้นกับผิวหนังและไตอักเสบ โดยเป็นความผิดปกติของไต ที่เกิดจากการสูญเสียโปรตีนในปัสสาวะอย่างหนักของร่างกาย ที่มีผลให้เกิดผื่นขึ้นบนผิวหนังเฉียบพลันหรือกึ่งเฉียบพลันหลังใช้ยา บางครั้งขึ้นที่บริเวณปาก ตา และส่วนอับชื้นอื่น ๆ บนร่างกาย

ส่วนอีกสองอาการที่พบ เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับไต ได้แก่ ไตอักเสบ กับ กลุ่มอาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการโรคไตที่ทำให้ร่างกายขับโปรตีนออกทางปัสสาวะมาก ผู้ป่วยจะมีอาการบวมน้ำ ที่หนังตา เท้า ข้อเท้า ช่องท้อง อ่อนเพลีย และบางรายเคยป่วยโรคไตมาก่อน

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานยาแห่งยุโรป ได้กำหนดให้เพิ่มคำเตือน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นหนึ่งในผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากวัคซีน mRNA แต่พบได้น้อยมาก และยืนยันว่าประโยชน์ของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด มีมากกว่าความเสี่ยง

ขณะที่ บริษัทผู้ผลิตวัคซีนโมเดอร์นา ยังไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยข้อมูลของ สำนักงานยาแห่งยุโรป เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ระบุว่าทั่วยุโรป มีการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา แล้ว 43.5 ล้านโดส และฉีดไฟเซอร์-ไบออนเทค กว่า 330 ล้านโดส แต่ไม่ได้เปิดเผยว่ามีผู้ฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์ใหม่จำนวนเท่าใด

ด้านกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่จำนวน 12,439 คน ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 1,700,363 คน ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 29,539 คน เป็นอันดับ 2 ในอาเซียนเช่นกัน

ทั้งนี้ ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทั่วกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ กำลังเร่งฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้น รวมถึงขยายเวลาเปิดเป็น 24 ชั่วโมงเพื่อรับมือจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อมโยงกับสายพันธุ์เดลตา

นอกจากนี้ คณะกรรมการอาหารและยา ฟิลิปปินส์ ได้อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ฮายัต-แวกซ์ (Hayat-Vax) ที่ผลิตในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นกรณีฉุกเฉินแล้ว โดยเป็นตัวเดียวกับวัคซีนซิโนฟาร์มจากจีน และจะฉีดให้กับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง