รพ.เอกชน เตรียมควบคุมราคาค่าฉีดวัคซีนโควิด Moderna

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

รพ.เอกชน เตรียมควบคุมราคาค่าฉีดวัคซีนโควิด Moderna

รพ.เอกชน เตรียมควบคุมราคาค่าฉีดวัคซีนโควิด Moderna

นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เตรียมวางแผนกระจายวัคซีน Moderna ให้กับโรงพยาบาลเอกชน พร้อมย้ำต้องควบคุมราคาวัคซีนให้เป็นราคาเดียวกันทั่วประเทศ

วันนี้ (5พ.ค.64) ศ.นพ.เฉลิม หาญพาญิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้แทนบริษัทนำเข้าวัคซีน Moderna เข้าหารือรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวานนี้ มีโอกาสที่ทาง อย.จะอนุมัติวัคซีนโมเดอร์น่า อีก 1 ยี่ห้อ ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะทราบว่า บริษัท ซิลบิค ฟาร์มา จำกัด ตัวแทนจำหน่าย จะสามารถจัดหาวัคซีนModerna มาได้จำนวนเท่าไรและมาเมื่อไหร่ เมื่อทราบข้อมูลนี้แล้ว ทางสมาคมจะมีการสำรวจความต้องการของโรงพยาบาลเอกชน


และเมื่อได้วัคซีนมาแล้ว ทางสมาคมกระจายให้กับโรงพยาบาลเอกชนทั่วถึงทั้งประเทศ โดยจะคุมราคาของวัคซีนให้เป็นราคาเดียวกันทั่วประเทศ เนื่องจากข้อตกลงหลังขยายกรอบวัคซีนเป็น 100 ล้านโดส ราคาวัคซีนของเอกชนจะอยู่บนพื้นฐาน 3 องค์ประกอบ 1.ราคาต้นทุนวัคซีนของแต่ละ 2.ค่าบริการ และ 3.ค่าประกันรายบุคคล (อยู่ที่รายละ50-100บาท ตามที่ คปภ.กำหนด) ครอบคลุมคุ้มครองการแพ้วัคซีนและเสียชีวิต


โดยวัคซีน Moderna นั้นราคากลางอยู่ที่ราว 25-37 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 780-1,150 บาทต่อโดส และมีการคาดการณ์ว่าหากเอกชนไทยนำมาจำหน่ายราคาไม่เกิน 2,000 บาทต่อโดส แต่หากเป็นวัคซีนยี่ห้ออื่นที่เข้ามาหลังจากนี้อาจมีราคาที่ถูกลง โดยถูกสุดอาจไม่ถึง 1,000 บาท


ทั้งนี้การฉีดวัคซีนควรดำเนินการให้เร็วที่สุดโดยโรงพยาบาลเอกชนเข้ามาฉีดเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ


อย่างไรก็ตามหากในอนาคตสถานการณ์ โควิด-19 คลี่คลายลงแล้วทางโรงพยาบาลเอกชนจะสั่งซื้อโดยตรงกับผู้แทนจำหน่ายวัคซีน เพื่อนำมาฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับคนไทยต่อไป


นายสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ยังกล่าวถึงการรับมือกับสถานการณ์โควิดรอบ 3 ที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ว่าโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้ให้ความร่วมมือในการรักษาโควิดโดยได้ดูแลผู้ป่วยโควิดมากกว่าร้อยละ 60 มากกว่าที่ที่ผ่านมา โดยในปี 63 โรงพยาบาลเอกชนดูแลผู้ป่วยร้อยละ 48 บนพื้นฐานหลักการดูแลเมื่อตรวจพบผู้ป่วย โควิด-19 ทางโรงพยาบาลเอกชนจะรับการรักษาทันที และได้ขยายเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดงเพิ่มมากขึ้น


ขณะที่ผู้ป่วยสีเขียวที่มีอาการไม่รุนแรงทางรพ.เอกชน ได้ถูกกับโรงแรมเป็น Hospital ดังนั้นปัจจุบันผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง