องค์การยายุโรปยัน ‘วัคซีน AstraZeneca’ ใช้ได้ ไร้หลักฐานเอี่ยวลิ่มเลือดอุดตัน

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

องค์การยายุโรปยัน ‘วัคซีน AstraZeneca’ ใช้ได้ ไร้หลักฐานเอี่ยวลิ่มเลือดอุดตัน

องค์การยายุโรปยัน ‘วัคซีน AstraZeneca’ ใช้ได้ ไร้หลักฐานเอี่ยวลิ่มเลือดอุดตัน

องค์การยาของสหภาพยุโรป ไม่แนะนำให้อียู ระงับการใช้วัคซีนแอสตราเซเนกา ระบุยังไร้หลักฐานที่แน่นอนบ่งชี้ลิ่มเลือดอุดตัน

วันนี้ ( 12 มี.ค. 64 )องค์การยาแห่งสหภาพยุโรป หรือ อีเอ็มเอ ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม ว่านับตั้งแต่อีเอ็มเอ (EMA) อนุมัติการใช้งานวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา/อ็อกซ์ฟอร์ด (AstraZeneca-Oxford) เป็นการฉุกเฉิน เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบหลักฐานชัดเจน ว่าการใช้งานวัคซีนยี่ห้อนี้จะส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรง ที่รวมถึงภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

แม้จะมีรายงาน ประชาชนในหลายประเทศของยุโรป เกิดอาการลิ่มเลือดอุดตัน หลังเข้ารับการฉีดวัคซีนของ AstraZeneca แอสตราเซเนกา/อ็อกซ์ฟอร์ด แต่สัดส่วนไม่ได้สูงกว่าที่พบในประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือไม่ก็ตาม โดยจากจำนวนประชากร 5 ล้านคนในทวีปยุโรปที่ได้รับวัคซีนของแอสตราเซเนกา อ็อกซ์ฟอร์ด มีเพียง 30 คนเท่านั้น ที่มีอาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานสาธารณสุขของไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ระดับการใช้วัคซีน AstraZeneca แอสตราเซเนกา อ็อกซ์ฟอร์ด แถลงว่า แม้ว่าจะไม่มีรายงานผู้ป่วยมีอาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในประเทศ แต่ทางไอซ์แลนด์ก็จะรอคำแนะนำจากอีเอ็มเอ เพราะการขาดแคลนข้อมูลในขณะนี้ ทำให้เราเกิดความวิตกกังวล

อีเอ็มเอ แถลงในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีว่า ไม่แนะนำให้ระงับการใช้วัคซีนของ AstraZeneca แอสตราเซเนกา-อ็อกซ์ฟอร์ด และยังระบุด้วยว่า ทางอีเอ็มเอ รับรู้ว่า รัฐบาลเดนมาร์กก็ระงับการใช้วัคซีนยี่ห้อนี้เช่นกัน ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ว่า การฉีดวัคซีนเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และภาวะดังกล่าว ก็ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นอาการที่เป็นผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนด้วย ประโยชน์ของวัคซีน ยังคงมีมากกว่าความเสี่ยง และวัคซีนยังสามารถฉีดให้ประชาชนต่อไปได้ ขณะที่กำลังมีการตรวจสอบกรณีผู้ที่มีอาการภาวะลิ่มเลือดอุดตันอยู่ในขณะนี้

อีเอ็มอี บอกด้วยว่า จำนวนผู้ที่มีปัญหาภาวะลิ่มเลือดอุดตันในกลุ่มผู้ที่รับวัคซีนในยุโรป ไม่ได้มีอัตราที่สูงกว่าในกลุ่มประชาชนที่ไม่ได้รับวัคซีน

ส่วนบริษัท AstraZeneca ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งระบุว่า ความปลอดภัยของผู้ป่วย "ถือเป็นความสำคัญระดับสูงสุด" ของบริษัท องค์การยาของประเทศต่าง ๆ จะอนุมัติยาตัวใหม่ ก็ต้องผ่านการตรวจสอบถึงประสิทธิผลและมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว ซึ่งก็รวมทั้งวัคซีนโควิดของแอสตราเซเนกา ความปลอดภัยของวัคซีนผ่านการศึกษาอย่างละเอียดจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 และมีข้อมูลการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญที่ยืนยันว่า โดยทั่วไปวัคซีนได้ผลดี ยอมรับได้