
สรุปข่าว
วันนี้( 20 ก.พ.64) บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ และไบโอเอ็นเทค ได้ยื่นข้อมูลใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับอุณหภูมิที่ใช้เก็บรักษาวัคซีนต้านโควิดของทางบริษัทต่อองค์การอาหารและยาสหรัฐ หรือ FDA พร้อมขอให้ FDA เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในการเก็บรักษาวัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค จากปัจจุบันที่ต้องเก็บในอุณหภูมิเย็นจัดติดลบ 80 ถึงติดลบ 60 องศาเซลเซียสไปเป็นสามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิเพียงติดลบ 25 ถึงติดลบ 15 องศาเซลเซียสได้แล้ว โดยการเก็บที่ระดับอุณหภูมิใหม่ดังกล่าวนี้ จะเก็บวัคซีนได้นาน 2 สัปดาห์
หาก FDA อนุมัติตามที่ไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคขอมาจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการเก็บรักษาวัคซีนตัวนี้ โดยจะสามารถเก็บรักษาในตู้แช่แข็งในร้านขายยาได้ ส่งผลลดภาระและความยาก ในการเก็บรักษาและการขนส่งวัคซีนตัวนี้ลงอย่างมาก ไม่ต้องใช้คอนเทนเนอร์ตู้แช่เย็นจัด ที่ต้องออกแบบมาเป็นพิเศษอีกต่อไป โดยเฉพาะในประเทศที่มีรายได้ต่ำและจะทำให้ผู้คุมกฎด้านยาในประเทศต่างๆ ทั่วโลก สามารถอนุมัติตาม FDA สหรัฐได้
ข้อมูลด้านอุณหภูมิใหม่ล่าสุดดังกล่าวนี้ ได้มาจากผลการศึกษาทดสอบความเสถียรและความคงทนของวัคซีนไฟเซอร์ล่าสุด
ด้าน อาเมช อาดัลจา นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ความมั่นคงด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกิ้นส ชี้ว่า การที่สามารถเก็บรักษาวัคซีนของไฟเซอร์ ในอุณหภูมิที่สูงขึ้นได้นี้จะทำให้การใช้วัคซีนตัวนี้ ขยายไปได้กว้างขวางมากขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ที่ไม่มีศักยภาพในการเก็บรักษาวัคซีนของไฟเซอร์ในอุณหภูมิที่ติดลบมากๆได้ แม้แต่ในบางพื้นที่ชนบทห่างไกลของสหรัฐเอง ก็ยังประสบปัญหาในการเก็บรักษาวัคซีนตัวนี้
แม้กระทั่งองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ก็แจกจ่ายวัคซีนไฟเซอร์ ผ่านโครงการแจกจ่ายวัคซีน COVAX ของ WHO เอง ออกไปได้เพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น เนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมาก ไม่มีศักยภาพเก็บรักษาวัคซีนในที่อุณหภูมิติดลบมากๆ ได้
ด้านไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคเปิดเผยด้วยว่า จะส่งข้อมูลใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับอุณหภูมิในการเก็บรักษาวัคซีนไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทคดังกล่าว ไปให้แก่หน่วยงานคุมกฎด้านสุขภาพในประเทศต่างๆ ทั่วโลกด้วย
โฆษกของไบโอเอ็นเทค ระบุว่า หากได้รับอนุมัติการเก็บรักษาในอุณหภูมิใหม่ จะช่วยให้เครื่องบินที่ขนส่งวัคซีนของไฟเซอร์ ไม่ต้องใช้น้ำแข็งแห้งเป็นจำนวนมากๆอีกต่อไป ช่วยให้มีพื้นที่มากขึ้นบนเครื่องบินในการบรรทุกวัคซีนได้มากขึ้น
- พาณิชย์สั่งห้าม ATK ขาด-ห้ามแพง ย้ำผู้ค้าต้องเติมสต๊อกทันที
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- สถานการณ์โควิดป่วยสะสมพุ่ง 2.5 แสนราย สายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดแรง
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand