
สรุปข่าว
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า มติที่ประชุมอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 แนะนำให้ประชาชนทุกคนได้ควรได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น อย่างน้อยเข็มที่ 3 เป็นพื้นฐาน เพราะเมื่อเวลาผ่านไปภูมิคุ้มกันจะลดลงตามธรรมชาติ จึงแนะนำให้ฉีดเข็มกระตุ้นหลังได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายมาแล้ว 4 เดือนขึ้นไป โดยให้เป็นไปตามความสมัครใจและความจำเป็นอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่
- บุคลากรทางการแพทย์
- ผู้มีความเสี่ยงอื่นๆ กลุ่ม 608 (ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน) ซึ่งหากติดเชื้อจะเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงหนักและเสียชีวิตได้
ทั้งนี้ จากการระบาดที่ผ่านมา พบว่าการได้รับวัคซีนสามารถลดการป่วยหนักและเสียชีวิตของประชาชนได้ จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคนที่ยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น หรือยังไม่ได้รับวัคซีน ให้ไปรับวัคซีนตามกำหนด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กระจายวัคซีนไปยังหน่วยบริการที่ใกล้บ้านที่สุด และให้บริการแบบ walk in ทุกจุดฉีด
เพื่อให้เกิดความสะดวกกับประชาชน เป็นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ซึ่งหากได้รับเชื้อจะสามารถลดอาการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ภาพจาก TNN ONLINE
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand