
สรุปข่าว
วันนี้( 22 เม.ย.65) องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศสนับสนุนการใช้ยารักษาโรคโควิด-19 ชนิดรับประทานจากบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ในกลุ่มผู้ป่วยความเสี่ยงสูง หลังการวิเคราะห์ข้อมูลการทดลองทางคลินิกของ WHO เผยให้เห็นว่า ยาดังกล่าวสามารถลดความเสี่ยงที่จะป่วยหนักจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
คำแนะนำดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่มีประชาชนหลายพันคนเสียชีวิตจากโควิด-19 ในทุก ๆ สัปดาห์ แม้ว่ายอดการติดเชื้อจะเริ่มลดลงทั่วโลก โดย WHO ยกให้ยาแพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) ของบริษัทไฟเซอร์ เป็นยารักษาโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อเทียบกับยาที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ WHO ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางคลินิกของยาแพ็กซ์โลวิดในกลุ่มผู้ป่วยเกือบ 3,100 คน ซึ่งผลออกมาว่ายาดังกล่าวสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ถึง 85%
รายงานระบุว่า ในกลุ่มผู้ป่วยเสี่ยงสูง หรือบุคคลที่มีโอกาสต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลสูงกว่า 10% การใช้ยาแพ็กซ์โลวิดสามารถลดอัตราการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ถึง 84 คนต่อผู้ป่วย 1,000 คน
อย่างไรก็ตาม WHO ย้ำว่า การใช้ยาดังกล่าวไม่สามารถทดแทนการฉีดวัคซีนได้ แต่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิดมาก่อน
ภาพจาก รอยเตอร์
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand

