
สรุปข่าว
วันนี้( 10 ก.พ.65) หลังจากไทยเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่เด็กอายุ 5 - 11 ปี โดยล่าสุด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยอาการข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนได้แก่
- ปวด บวม
- รอยแดง บริเวณที่ฉีด
- ปวดหัว
- อ่อนเพลีย
- ไข้ หนาวสั่น
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ทั้งนี้ จึงจำเป็นต้องสังเกตอาการหลังฉีดอย่างน้อย 30 นาที ในสถานพยาบาลหรือสถานที่ฉีดวัคซีนเสมอ ส่วนมากอาการไม่รุนแรง และ หายเองได้ใน 1-2 วัน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สำนักการศึกษา ได้จัดทำคลิปวิดีโอเกี่ยวกับแนวทางการเตรียมตัวก่อนและหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยให้นักเรียนที่ประสงค์เข้ารับการฉีดวัคซีนปฏิบัติตน ดังนี้
1. ก่อนฉีดวัคซีนประมาณ 2 วัน ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
2. งดการออกกำลังกายหนักอย่างหนัก
3. ดื่มน้ำอย่างน้อย 3-5 แก้ว และงดการดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอดลม
4. เลือกฉีดวัคซีนที่ต้นแขนข้างที่ไม่ถนัด
5. หากฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาแล้ว ต้องเว้นช่วงการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เดือน
6. หลังได้รับวัคซีน ให้รอสังเกตอาการ 30 นาที หากอาการปกติดีให้กลับบ้านได้
7. หมั่นสังเกตอาการตนเอง หากมีไข้ ให้รับประทานยาพาราเซตามอล
8. หากมีอาการผื่นขึ้นเต็มตัว คัน บวม เวียนศีรษะ หายใจลำบาก หรือมีไข้สูงมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
นอกจากนี้ หลังจากฉีดวัคซีนแล้วยังไม่ควรออกกำลังกายในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนการเข้ารับวัคซีน
ภาพจาก TNN Online
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand