
สรุปข่าว
โควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่ขณะนี้แพร่กระจายไปแล้วมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด แม้ว่าในเรื่องความรุนแรงจะไม่หนักเท่าสายพันธุ์เดลตา และโอมิครอนจะกระทบต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบนเป็นหลักมากกว่าอาการของเชื้อลงปอด โดยพบว่า ร้อยละ 54 มีอาการไอ ร้อยละ 37 มีอาการเจ็บคอ และพบว่าร้อยละ 29 มีไข้ ขณะที่มีอาการใหม่ของผู้ที่ติดเชื้อโอมิครอน ซึ่งแตกต่างไปจากโควิดสายพันธุ์อื่นๆ ที่พบก่อนหน้า
ข้อมูลจากศาสตราจารย์ ทิม สเปคเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาทางพันธุกรรม ของมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ หัวหน้าคณะวิจัย โซ (ZOE Covid App Symptom) ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอาการผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด "สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron ) ที่แม้จะอาการคล้ายไข้หวัด แต่มี 2อาการใหม่ที่น่าสนใจและอาจแสดงให้เห็นสัญญาณว่าคนนั้นติดโควิดสายพันธุ์ โอมิครอน อาการแรก คือ การที่เหงื่อออกจำนวนมากขณะนอนหลับแม้ว่าจะอยู่ในสภาพอากาศที่เย็น ทำให้ผู้ป่วยถึงขั้นต้องถอดเสื้อผ้าเพราะเหงื่อออกจำนวนมากและอาการใหม่ที่ตรวจพบล่าสุด ก็คือ อาการปวดหลังส่วนล่าง ซึ่งอาการปวดหลังส่วนล่าง เป็นอาการที่พบมากที่สุด ซึ่งเป็นไปตามผลการศึกษาวิจัยของแพทย์ทั่วไปในแอฟริกาใต้
สำหรับผู้ป่วยโอมิครอนในระยะแรกที่ตรวจพบ มักจะมีอาการคล้ายหวัด ได้แก่ เจ็บคอ เหนื่อยล้า ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล และ จาม การที่ผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อยแต่ก็สามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่พบว่าผู้ป่วยบางรายยังมีอาการถ่ายเหลวอีกด้วย ซึ่งข้อบ่งชี้เหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ต้องระวัง
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
- โควิดระบาด! ยอดป่วยพุ่งต่อเนื่อง สะสม 211,717 ราย ยังเป็นสายพันธุ์ JN.1
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand