ททท. ปักหมุด ‘กรุงเทพฯ-เพชรบุรี’ โรดแมปวิวาห์ระดับโลก ดันไทยฮับคอนเซปต์ "Romance Tourism"

Share on Line Share on Facebook Share on X
ททท. ปักหมุด ‘กรุงเทพฯ-เพชรบุรี’ โรดแมปวิวาห์ระดับโลก ดันไทยฮับคอนเซปต์ "Romance Tourism"

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ตลาด High-spending จัดกิจกรรม Test Trip ภายใต้โครงการ “Romance in Thailand” นำคณะสื่อมวลชนและผู้ประกอบการจัดการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม (DMC) ร่วมสำรวจเส้นทางกรุงเทพมหานคร-เพชรบุรี ชูแนวคิด “Capture the Moment : Where Love Becomes Timeless” มุ่งเจาะกลุ่มตลาดคู่รัก ฮันนีมูน และงานแต่งงานระดับลักชัวรี โดยเฉพาะตลาดอินเดียและตะวันออกกลางที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยทริป 3 วัน 2 คืน ที่ผสมผสานทั้งผจญภัย มรดกวัฒนธรรม ความหรูหรา อาหาร และสุขภาพอย่างลงตัว

เริ่มต้นทริปวันแรกในกรุงเทพฯ ด้วยการสัมผัสความยั่งยืนควบคู่ความหรูหราที่ voco Bangkok Surawong โรงแรมในเครือ IHG ที่เน้นความเป็นส่วนตัว ก่อนจะพบคู่รักสายแอดแวนเจอร์ไปตื่นตาตื่นใจกับ มหานครสกายวอล์ก (Mahanakhon SkyWalk) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศไทย ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร พร้อมไฮไลต์ใหม่อย่าง “มหานคร แบงค็อก ไอ-ทิลต์” (Mahanakhon Bangkok SkyTilt) จุดชมวิวพื้นกระจกที่เอียงตัวออกไปนอกอาคาร ให้ความรู้สึกตื่นเต้นท้าทายความสูง จากนั้นเติมความหวานยามเย็นที่ Sky Beach บาร์ลอยฟ้าชั้น 78 หรือเลือกสัมผัสความโรแมนติกแบบส่วนตัวด้วยการล่องเรือ Supatra Boat ชมพระอาทิตย์ตกดินและแสงไฟยามค่ำคืนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 

ปิดท้ายวันคณะได้เยี่ยมชม The Siam Bangkok โรงแรมลักชัวรีระดับท็อปย่านดุสิต จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตเดโคผสมผสานความเป็นไทย ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลก ที่นี่คือสวรรค์ของคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด รองรับการปิดโรงแรมจัดงาน (Buy Out) ในราคาเริ่มต้น 1.1 ล้านบาทต่อคืน หรือแพ็กเกจพิธีหมั้นเริ่มต้น 450,000 บาท สำหรับแขก 50 คน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มชาวยุโรป ออสเตรเลีย รวมถึงชาวอินเดียที่มักใช้พื้นที่สวนริมแม่น้ำรองรับแขกได้ถึง 200-250 คน

สรุปข่าว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ตลาด High-spending จัดกิจกรรม Test Trip ภายใต้โครงการ “Romance in Thailand” นำคณะสื่อมวลชนและผู้ประกอบการจัดการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม (DMC) ร่วมสำรวจเส้นทางกรุงเทพมหานคร-เพชรบุรี ชูแนวคิด “Capture the Moment : Where Love Becomes Timeless” มุ่งเจาะกลุ่มตลาดคู่รัก ฮันนีมูน และงานแต่งงานระดับลักชัวรี โดยเฉพาะตลาดอินเดียและตะวันออกกลางที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยทริป 3 วัน 2 คืน ที่ผสมผสานทั้งผจญภัย มรดกวัฒนธรรม ความหรูหรา อาหาร และสุขภาพอย่างลงตัว

เริ่มต้นทริปวันแรกในกรุงเทพฯ ด้วยการสัมผัสความยั่งยืนควบคู่ความหรูหราที่ voco Bangkok Surawong โรงแรมในเครือ IHG ที่เน้นความเป็นส่วนตัว ก่อนจะพบคู่รักสายแอดแวนเจอร์ไปตื่นตาตื่นใจกับ มหานครสกายวอล์ก (Mahanakhon SkyWalk) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศไทย ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร พร้อมไฮไลต์ใหม่อย่าง “มหานคร แบงค็อก ไอ-ทิลต์” (Mahanakhon Bangkok SkyTilt) จุดชมวิวพื้นกระจกที่เอียงตัวออกไปนอกอาคาร ให้ความรู้สึกตื่นเต้นท้าทายความสูง จากนั้นเติมความหวานยามเย็นที่ Sky Beach บาร์ลอยฟ้าชั้น 78 หรือเลือกสัมผัสความโรแมนติกแบบส่วนตัวด้วยการล่องเรือ Supatra Boat ชมพระอาทิตย์ตกดินและแสงไฟยามค่ำคืนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 

ปิดท้ายวันคณะได้เยี่ยมชม The Siam Bangkok โรงแรมลักชัวรีระดับท็อปย่านดุสิต จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตเดโคผสมผสานความเป็นไทย ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลก ที่นี่คือสวรรค์ของคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุด รองรับการปิดโรงแรมจัดงาน (Buy Out) ในราคาเริ่มต้น 1.1 ล้านบาทต่อคืน หรือแพ็กเกจพิธีหมั้นเริ่มต้น 450,000 บาท สำหรับแขก 50 คน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มชาวยุโรป ออสเตรเลีย รวมถึงชาวอินเดียที่มักใช้พื้นที่สวนริมแม่น้ำรองรับแขกได้ถึง 200-250 คน

เช้าวันที่ 2 เมื่อเข้าสู่จังหวัดเพชรบุรี ททท. ได้นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาไทย เริ่มด้วยการเยือน สวนตาลลุงถนอมแหล่งเรียนรู้การทำน้ำตาลโตนดแท้ที่มีชื่อเสียง แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาการทำน้ำตาลโตนดที่ปลูกไว้ตั้งแต่ปี 2535 เรียนรู้วิถีชาวสวนและการเคี่ยวน้ำตาลสดแบบดั้งเดิม พร้อมทำกิจกรรมคราฟต์จากก้านตาลเป็นของที่ระลึก

นางสาวดวงใจ คุ้มสะอาด ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในช่วงม.ค.-พ.ค. 2569 รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีเติบโตขึ้น 3.21% คิดเป็นมูลค่าสะพัดกว่า 16,291.75 ล้านบาท แม้จำนวนนักท่องเที่ยวบางกลุ่มจะชะลอตัวลง แต่การใช้จ่ายต่อหัว (Yield) กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับนโยบายท่องเที่ยวเชิงคุณภาพนอกจากนี้ เพชรบุรียังการันตีความโดดเด่นด้วยตำแหน่ง UNESCO Creative City of Gastronomy (เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร) ชูเสน่ห์วัตถุดิบ "สามรส" คือ หวานจากน้ำตาลโตนดเปรี้ยวจากมะนาวแป้น และเค็มจากเกลือทะเลบ้านแหลม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเกลือที่ใหญ่ที่สุดในไทย วัตถุดิบเหล่านี้ถูกนำไปยกระดับในโรงแรมหรู อาทิ ดุสิตธานี หัวหิน ช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและกระจายรายได้สู่เกษตรกรในชุมชนอย่างแท้จริง

โดยกลุ่มตลาดที่สร้างรายได้มหาศาลที่สุดในขณะนี้คือ Indian Wedding (ตลาดแต่งงานอินเดีย) เนื่องจากเป็นงานแต่งงานขนาดใหญ่ จัดยาวนานหลายวัน และมีงบประมาณสูงมาก นายซัฟฟาร์ จาวิด นูร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการอีเวนต์ โรงแรมโซ โซฟิเทล หัวหิน (SO/ Sofitel Hua Hin) เผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มีการเหมาโรงแรมจัดงานแต่งงานชาวอินเดียไปแล้วถึง 5 งาน และมียอดจองครึ่งปีหลังอีกอย่างน้อย 5 งาน โดยเฉลี่ยโรงแรมรองรับงานแต่งงานอินเดียสูงถึง 30 งานต่อปี แพ็กเกจเต็มรูปแบบ 3 คืน 4 วัน สำหรับแขก 240 คน เริ่มต้นที่ 3.8 - 4 ล้านบาท และสามารถพุ่งสูงถึง 8 ล้านบาทแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า

วัฒนธรรมแต่งงานอินเดียจะจัดต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืน ประกอบด้วยพิธี Welcome Ceremony, พิธีทางศาสนา, Reception และ After Party ที่ลากยาวถึงตี 4 เหตุผลที่ชาวอินเดียเลือกหัวหิน-ชะอำ เพราะเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 2 ชั่วโมง ทัศนียภาพชายหาดและพระอาทิตย์ตกดินที่งดงาม และมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างภูเก็ต รวมถึงความสะดวกเรื่องวีซ่าและผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญในขนบธรรมเนียมอินเดียเป็นอย่างดี ที่สำคัญการจัดในไทยยังช่วยควบคุมจำนวนแขกไม่ให้ล้นเกินไปเหมือนการจัดในประเทศอินเดียที่อาจมีแขกสูงถึง 2,000 คน

ด้าน Baba Beach Club Hua Hin อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญ โดดเด่นด้วยการเป็นรีสอร์ตที่มีพื้นที่สนามหญ้าติดชายหาดหน้ากว้างเพียงแห่งเดียวในพื้นที่ สามารถรองรับแขกได้ 250 คน นางสาววรรณนิภากาญจน์ วัตตธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขาย ระบุว่า แพ็กเกจ Buy Out (เหมาโรงแรม) สำหรับงานแต่งงานอินเดีย 4 วัน 3 คืน ครอบคลุมห้องพักหรู 82 ยูนิต เริ่มต้นที่ 3.5 - 4 ล้านบาท โดยปี 2569 มีลูกค้าจองแล้ว 8 คู่ ซึ่งทางโรงแรมมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการพื้นที่และระบบเสียงเพื่อรองรับ After Party ยามดึกอย่างมืออาชีพ

ปิดท้ายทริปด้วยมิติ Wellness & Gastronomy โรแมนติกสายสุขภาพที่ ภูษา ผ้าลายอย่าง คาเฟ่เรือนไทยแฝงเสน่ห์ผ้าทอโบราณท่ามกลางทุ่งนาและป่าตาล, เรียนรู้การทำขนมไทยโบราณที่ ร้านลูกเจี๊ยบ และรับประทานอาหารตามแนวคิด Food as Medicine (อาหารเป็นยา) ที่ ครัวหมอฉัตร

เส้นทางกรุงเทพฯ-เพชรบุรี พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมสูงสุดในตลาด Romance & Wedding Tourism ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมระดับเวิลด์คลาส ทัศนียภาพที่งดงาม วัฒนธรรมอาหารที่โดดเด่น และการบริการที่ประทับใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่การขาย "สถานที่" แต่คือการส่งมอบ "เรื่องราวและความทรงจำ" ที่จะอยู่กับคู่รักทั่วโลกไปตลอดชีวิตพร้อมทั้งพัฒนาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าบริการเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางแห่งรักนิรันดร์อย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพโดย: ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

อัลบั้มภาพ

ที่มาข้อมูล : TNNONLINE

ที่มารูปภาพ : TNNONLINE