ต้อนรับแฟนคลับสายเปย์ "เที่ยวไทย" เจาะตลาดคอนเสิร์ต TPOP KPOP บอกลาทัวร์ราคาถูก! ดึงตลาดระยะใกล้ ปั้นรายได้ยั่งยืน

Share on Line Share on Facebook Share on X


บอกลาทัวร์ราคาถูก กวักมือเรียกเศรษฐีเพื่อนบ้าน "เที่ยวเมืองไทย" มากขึ้น! เน้นขายคอนเสิร์ต TPOP KPOP - Wellness ปั้นรายได้ท่องเที่ยวยุคใหม่ หนีวิกฤตตะวันออกกลาง 


ประเทศไทยกำลังเร่งเครื่องดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านและตลาดระยะใกล้มากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวไทยพึ่งพาตลาดระยะไกลจากยุโรปและอเมริกาเป็นสำคัญ แต่สถานการณ์ในปี 2569 ทำให้ภาพเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อตลาดนักท่องเที่ยวจากอาเซียน เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย


ข้อมูลล่าสุดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 16 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้รวม 8.24 ล้านคน ตัวเลขเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าตลาดดังกล่าวกำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน


เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ได้ช่วยเพียงภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังส่งต่อไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ระบบขนส่ง ร้านค้าปลีก และธุรกิจบริการอีกจำนวนมาก กลายเป็นแรงพยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงที่หลายภาคส่วนยังเผชิญความไม่แน่นอน


จีนยังครองแชมป์ มาเลเซีย-อินเดีย โตต่อเนื่อง


เมื่อพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวตามรายประเทศ จะพบว่าจีนยังคงเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทยอย่างชัดเจน ในช่วงไม่ถึงครึ่งปีแรก นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยกว่า 2.15 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18.79% จากปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 340,000 คน กลายเป็นตลาดที่เติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค


การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาอีกครั้ง และประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน


อันดับสองคือมาเลเซีย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 1.46 ล้านคน ซึ่งยังคงเดินทางข้ามแดนเข้ามาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลสำคัญ


ส่วนอินเดียยังคงเป็นดาวรุ่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ด้วยศักยภาพของชนชั้นกลางและกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ งานแต่งงานหรู และการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์


ขณะที่เกาหลีใต้และไต้หวันติดอยู่ในอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ โดยมีจุดเด่นคือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำสูง หรือ Repeat Visitors ซึ่งมักใช้จ่ายกับกิจกรรมเฉพาะทาง เช่น สนามกอล์ฟ ร้านอาหารชื่อดัง สตรีทฟู้ด และประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงลึก


ญี่ปุ่นสะดุด ไทยได้อานิสงส์


อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในปีนี้ คือการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวบางส่วนจากญี่ปุ่นมายังประเทศไทย นักการตลาดเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Shift Destination หรือการย้ายหมุดหมายการเดินทาง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่งที่มีความคุ้มค่าหรือสะดวกกว่า ทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวันที่เลือกเดินทางมาไทยมากขึ้น


นอกจากนี้ สายการบินต่าง ๆ ยังเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเดินทางสะดวกขึ้น และช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้มากขึ้น


จากยุคเน้นจำนวน สู่ยุคเน้นคุณภาพ


แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะมีความสำคัญ แต่แนวทางใหม่ของประเทศไทยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนผู้มาเยือนเท่านั้น ททท. กำลังผลักดันกลยุทธ์ "Value-driven Growth" หรือการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่า แทนแนวคิดเดิมที่เน้นการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว เป้าหมายคือการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ใช้จ่ายมาก และสร้างรายได้ต่อหัวสูงกว่าเดิม


กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่เพิ่มขึ้นมาก แต่หากแต่ละคนใช้จ่ายมากขึ้น รายได้รวมของประเทศก็สามารถเติบโตได้เช่นกัน แนวคิดนี้ยังช่วยลดปัญหาการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และลดความเสี่ยงจากรูปแบบการท่องเที่ยวราคาถูกที่สร้างรายได้ต่อเศรษฐกิจต่ำ






สรุปข่าว

ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้จากอาเซียน เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก กำลังกลายเป็นกำลังหลักของการท่องเที่ยวไทย หลังสร้างนักท่องเที่ยวกว่า 8.24 ล้านคนในช่วงไม่ถึงครึ่งปีแรกของปี 2569 ททท. เดินหน้าปรับกลยุทธ์จากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว สู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ผ่านตลาดสุขภาพ กอล์ฟ คู่รัก และอีเวนต์บันเทิงอย่างคอนเสิร์ต TPOP-KPOP กระแสท่องเที่ยวตามคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง และบริการ Wellness กำลังกลายเป็นอาวุธใหม่ของไทยในการแข่งขันแย่งชิงนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมจากประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคเอเชีย


บอกลาทัวร์ราคาถูก กวักมือเรียกเศรษฐีเพื่อนบ้าน "เที่ยวเมืองไทย" มากขึ้น! เน้นขายคอนเสิร์ต TPOP KPOP - Wellness ปั้นรายได้ท่องเที่ยวยุคใหม่ หนีวิกฤตตะวันออกกลาง 


ประเทศไทยกำลังเร่งเครื่องดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านและตลาดระยะใกล้มากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวไทยพึ่งพาตลาดระยะไกลจากยุโรปและอเมริกาเป็นสำคัญ แต่สถานการณ์ในปี 2569 ทำให้ภาพเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อตลาดนักท่องเที่ยวจากอาเซียน เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย


ข้อมูลล่าสุดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 16 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้รวม 8.24 ล้านคน ตัวเลขเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าตลาดดังกล่าวกำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน


เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ได้ช่วยเพียงภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังส่งต่อไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ระบบขนส่ง ร้านค้าปลีก และธุรกิจบริการอีกจำนวนมาก กลายเป็นแรงพยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงที่หลายภาคส่วนยังเผชิญความไม่แน่นอน


จีนยังครองแชมป์ มาเลเซีย-อินเดีย โตต่อเนื่อง


เมื่อพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวตามรายประเทศ จะพบว่าจีนยังคงเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทยอย่างชัดเจน ในช่วงไม่ถึงครึ่งปีแรก นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยกว่า 2.15 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18.79% จากปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 340,000 คน กลายเป็นตลาดที่เติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค


การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนสะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นในการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาอีกครั้ง และประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน


อันดับสองคือมาเลเซีย ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 1.46 ล้านคน ซึ่งยังคงเดินทางข้ามแดนเข้ามาไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลสำคัญ


ส่วนอินเดียยังคงเป็นดาวรุ่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ด้วยศักยภาพของชนชั้นกลางและกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่ งานแต่งงานหรู และการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์


ขณะที่เกาหลีใต้และไต้หวันติดอยู่ในอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ โดยมีจุดเด่นคือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำสูง หรือ Repeat Visitors ซึ่งมักใช้จ่ายกับกิจกรรมเฉพาะทาง เช่น สนามกอล์ฟ ร้านอาหารชื่อดัง สตรีทฟู้ด และประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงลึก


ญี่ปุ่นสะดุด ไทยได้อานิสงส์


อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในปีนี้ คือการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวบางส่วนจากญี่ปุ่นมายังประเทศไทย นักการตลาดเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Shift Destination หรือการย้ายหมุดหมายการเดินทาง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวจากประเทศหนึ่งไปสู่อีกประเทศหนึ่งที่มีความคุ้มค่าหรือสะดวกกว่า ทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวันที่เลือกเดินทางมาไทยมากขึ้น


นอกจากนี้ สายการบินต่าง ๆ ยังเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเดินทางสะดวกขึ้น และช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้มากขึ้น


จากยุคเน้นจำนวน สู่ยุคเน้นคุณภาพ


แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะมีความสำคัญ แต่แนวทางใหม่ของประเทศไทยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนผู้มาเยือนเท่านั้น ททท. กำลังผลักดันกลยุทธ์ "Value-driven Growth" หรือการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่า แทนแนวคิดเดิมที่เน้นการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว เป้าหมายคือการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ใช้จ่ายมาก และสร้างรายได้ต่อหัวสูงกว่าเดิม


กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่เพิ่มขึ้นมาก แต่หากแต่ละคนใช้จ่ายมากขึ้น รายได้รวมของประเทศก็สามารถเติบโตได้เช่นกัน แนวคิดนี้ยังช่วยลดปัญหาการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และลดความเสี่ยงจากรูปแบบการท่องเที่ยวราคาถูกที่สร้างรายได้ต่อเศรษฐกิจต่ำ






Wellness ตลาดทองของคนมีเงิน


หนึ่งในตลาดที่ไทยให้ความสำคัญมากที่สุด คือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งโรงพยาบาลมาตรฐานสากล ศูนย์ดูแลสุขภาพ สปา รีสอร์ตเพื่อสุขภาพ และบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ตัวอย่างที่เห็นชัดคือกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเมียนมา


แม้ประเทศจะเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่ผู้ที่เดินทางเข้าไทยจำนวนมากกลับเป็นกลุ่มชนชั้นนำและผู้มีกำลังซื้อสูง ในช่วง 4 เดือนครึ่งแรกของปี นักท่องเที่ยวเมียนมาเดินทางเข้าไทยเกือบ 292,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 24%


จุดประสงค์หลักของการเดินทางไม่ใช่การท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นการรักษาพยาบาล การดูแลสุขภาพ การศึกษาต่อ และการทำธุรกิจระยะยาว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Wellness ไม่ได้เป็นเพียงบริการด้านสุขภาพ แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงเม็ดเงินจากกลุ่มผู้มีรายได้สูงในภูมิภาค


คอนเสิร์ต TPOP-KPOP อาวุธใหม่ของการท่องเที่ยวไทย


อีกหนึ่งกระแสที่กำลังสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างน่าจับตา คือการท่องเที่ยวตามอีเวนต์บันเทิง โดยเฉพาะคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งของศิลปิน TPOP และ KPOP


ในอดีต คนไทยจำนวนมากเดินทางไปต่างประเทศเพื่อชมคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีใต้ แต่ในปัจจุบัน ไทยกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการจัดอีเวนต์บันเทิงระดับภูมิภาค แฟนคลับจากฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน เริ่มเดินทางเข้ามาไทยเพื่อร่วมกิจกรรมกับศิลปินที่ชื่นชอบมากขึ้น


จุดเด่นของตลาดนี้คือเป็นกลุ่มที่มีความภักดีต่อศิลปินสูง พร้อมจ่ายค่าเดินทาง โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าที่ระลึก และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการรับชมผ่านหน้าจอ ในเชิงเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป และสามารถกระจายรายได้ไปยังหลายภาคส่วนพร้อมกัน

เข้าใจ Niche Market กุญแจสู่ความสำเร็จ


สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องทำความเข้าใจ คือ นักท่องเที่ยวแต่ละประเทศไม่ได้เดินทางมาไทยด้วยเหตุผลเดียวกัน บางตลาดสนใจเรื่องสุขภาพ บางตลาดชอบกอล์ฟ บางตลาดชอบอาหาร บางตลาดชอบคอนเสิร์ต และบางตลาดให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงครอบครัว ดังนั้น การทำตลาดแบบเหมารวมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป


ความสำเร็จในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเข้าใจพฤติกรรมของ Niche Market หรือกลุ่มเฉพาะทาง และออกแบบสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มอย่างแม่นยำ


เดิมพันใหม่ของการท่องเที่ยวไทย


ททท. คาดการณ์ว่า ตลอดปี 2569 ประเทศไทยจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ได้ประมาณ 21.87 ล้านคน โดยแรงสนับสนุนสำคัญจะมาจากช่วงปิดภาคเรียนของหลายประเทศในอาเซียน รวมถึงช่วงวันหยุดฤดูร้อนของตลาดสำคัญอย่างจีน


อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในภูมิภาคกำลังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เวียดนาม มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ต่างเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเช่นกัน ดังนั้น ความท้าทายของไทยจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง มีคุณภาพ และทำให้นักท่องเที่ยวพร้อมใช้จ่ายมากขึ้น


ในวันที่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไม่ได้วัดกันแค่จำนวนคนอีกต่อไป คอนเสิร์ต TPOP-KPOP การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กอล์ฟ และกิจกรรมเฉพาะทาง กำลังกลายเป็นอาวุธสำคัญของไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมจากประเทศเพื่อนบ้าน


หากสามารถต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ไทยและยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวได้สำเร็จ ประเทศไทยอาจไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางยอดนิยมของภูมิภาค แต่ยังกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของเอเชียในอนาคตอีกด้วย

รองบรรณาธิการ TNN Wealth ผู้ประกาศข่าว พิธีกร นักข่าว Content Creator สายเศรษฐกิจ