คาดการณ์ ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกพุ่ง 20% ภายในปี 2050

Share on Line Share on Facebook Share on X
คาดการณ์ ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกพุ่ง 20% ภายในปี 2050

แม้ความพยายามในการรณรงค์ ตะหนักรู้ และชวนให้คนตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเร็ว เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่จำนวนผู้ป่วยใหท่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

งานวิจัยใหม่คาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 จำนวนผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 20.2% ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นถึง 39.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก เพราะโรคนี้จะเป็นหนึ่งในมะเร็งที่สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่

สรุปข่าว

งานวิจัยระดับนานาชาติคาดการณ์ว่าภายในปี 2050 จำนวนผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 20.2% และผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นถึง 39.3% โดยภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

แม้ความพยายามในการรณรงค์ ตะหนักรู้ และชวนให้คนตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเร็ว เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่จำนวนผู้ป่วยใหท่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

งานวิจัยใหม่คาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 จำนวนผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 20.2% ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นถึง 39.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก เพราะโรคนี้จะเป็นหนึ่งในมะเร็งที่สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่

ในงานวิจัยล่าสุดนี้ นักวิจัยจากออสเตรเลียและนานาชาติได้วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก จำนวนผู้เสียชีวิต และผลกระทบด้านสุขภาพใน 204 ประเทศและดินแดน ระหว่างปี 1990-2023 พร้อมนำข้อมูลมาคาดการณ์แนวโน้มไปจนถึงปี 2050 

ข้อมูลพบว่า ในปี 2023 ทั่วโลกมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 887,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 369,000 คน ขณะที่การคาดการณ์ระบุว่า ภายในปี 2050 จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.08 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 20.2% เมื่อเทียบกับปี 2024 ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น 39.3% หรืออยู่ที่ประมาณ 522,000 คนต่อปี

ภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารามีแนวโน้มเผชิญสถานการณ์รุนแรงที่สุด โดยจำนวนผู้ป่วยอาจเพิ่มขึ้น 88.7% และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 95.4% ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 206,000 คนในปี 2050

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ว่า หากสถานการณ์ยังดำเนินไปตามแนวโน้มปัจจุบัน ทั้ง 7 ภูมิภาคทั่วโลกที่นักวิจัยนำมาประเมิน จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการกำจัดมะเร็งปากมดลูกขององค์การอนามัยโลก  ภายในปี 2050 ได้ โดยเป้าหมายดังกล่าวกำหนดให้มีผู้ป่วยรายใหม่น้อยกว่า 4 คนต่อผู้หญิง 100,000 คน

ข้อมูลในปี 2023 ยังพบว่า ประเทศรายได้ต่ำมีอัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกที่ปรับตามโครงสร้างอายุประชากรแล้ว สูงกว่าประเทศรายได้สูงมากกว่า 4 เท่า ขณะที่อัตราการเสียชีวิตสูงกว่ามากกว่า 7 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการป้องกันและรักษา ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ทั่วโลก

นักวิจัยเรียกร้องให้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการรักษาอย่างทั่วถึง เนื่องจากปัจจุบันแต่ละประเทศยังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการเหล่านี้อย่างมาก

ที่มาข้อมูล : China Xinhua

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย