สั่งปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ อ.ท่าม่วง กักขังและทำร้ายผู้รับบริการ

Share on Line Share on Facebook Share on X
สั่งปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ อ.ท่าม่วง กักขังและทำร้ายผู้รับบริการ

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากกรณีสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสถานดูแลดังกล่าวดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต ทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ รวมถึงมีการดำเนินการเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด โดยผู้รับอนุญาตขาดการควบคุมดูแลและปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำหรือให้บริการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และสถานดูแลดังกล่าวมีการให้บริการในพื้นที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต โดยได้รับอนุญาตไว้จำนวน 1,600 ตารางเมตร แต่มีการใช้พื้นที่จริงถึง 4,641 ตารางเมตร

สรุปข่าว

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ส่งปิดสถานดูแลผู้สูงอายุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พร้อมมอบนโยบายเร่งรัดตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน สถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงให้ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพ (ศบส.) เขต 1–12 ทั่วประเทศตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่รับผิดชอบ ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อควบคุมกำกับและส่งเสริมมาตรฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดตามที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ ในการป้องกันการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด และคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากกรณีสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสถานดูแลดังกล่าวดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต ทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ รวมถึงมีการดำเนินการเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด โดยผู้รับอนุญาตขาดการควบคุมดูแลและปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำหรือให้บริการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และสถานดูแลดังกล่าวมีการให้บริการในพื้นที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต โดยได้รับอนุญาตไว้จำนวน 1,600 ตารางเมตร แต่มีการใช้พื้นที่จริงถึง 4,641 ตารางเมตร

ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรมฯ จึงได้ออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โดยผู้ป่วยที่มีอาการจิตเวช กรมสุขภาพจิต จะรับตัวไปดูแลในสถานพยาบาลภายใต้สังกัด ส่วนผู้สูงอายุที่รับบริการรายอื่น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมให้การดูแลเบื้องต้น ทั้งนี้ กรมฯ ได้สั่งการให้ ศบส. 1-12 ทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยให้ตรวจทั้งสถานประกอบการทุกแห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงจะได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส.กล่าวต่อว่า การลงตรวจครั้งนี้เป็นมาตรการกำกับ มาตรการป้องกันและปราบปราม เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการรักษามาตรฐานตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการ หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายหรือพบพฤติการณ์การให้บริการที่กระทบต่อความปลอดภัยและเสี่ยงต่อความปลอดภัยต่อภาวะสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตของผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง กรม สบส . จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กรม สบส. จะดำเนินการส่งเสริมควบคุมกำกับสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่าผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ


นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ