เตือน “โรคเบอร์เกอร์” ภัยจากบุหรี่ เสี่ยงเสียอวัยวะจากเนื้อตาย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือน “โรคเบอร์เกอร์” ภัยจากบุหรี่ เสี่ยงเสียอวัยวะจากเนื้อตาย

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคเบอร์เกอร์ เป็นโรคที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการสูบบุหรี่และการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติการใช้ยาสูบ เนื่องจากการใช้ยาสูบต่อเนื่อง สัมพันธ์กับการดำเนินของโรคและการขาดเลือดของอวัยวะที่รุนแรงขึ้น ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อวางแผนการเลิกบุหรี่และการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละราย



สรุปข่าว

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เผย “โรคเบอร์เกอร์” (Buerger’s Disease) หรือ Thromboangiitis Obliterans (TAO) เป็นโรคหลอดเลือดอักเสบที่พบไม่บ่อย โดยมักส่งผลต่อหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำขนาดเล็กถึงขนาดกลางบริเวณแขนและขา ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมือและเท้า หากโรครุนแรงอาจเกิดเนื้อตายและนำไปสู่การสูญเสียอวัยวะได้

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคเบอร์เกอร์ เป็นโรคที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการสูบบุหรี่และการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติการใช้ยาสูบ เนื่องจากการใช้ยาสูบต่อเนื่อง สัมพันธ์กับการดำเนินของโรคและการขาดเลือดของอวัยวะที่รุนแรงขึ้น ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อวางแผนการเลิกบุหรี่และการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละราย



นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวต่อว่า โรคเบอร์เกอร์ อาการในระยะแรกอาจไม่จำเพาะและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล จึงควรสังเกตความผิดปกติ เช่น นิ้วมือหรือนิ้วเท้าเย็น ชา เสียวซ่า ปวดขณะเดินหรือใช้งาน รวมถึงการเปลี่ยนสีของนิ้วมือหรือนิ้วเท้า หากมีภาวะขาดเลือดรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดแม้ขณะพัก หรือเกิดแผลบริเวณปลายมือปลายเท้าที่หายช้าและติดเชื้อได้ การได้รับการตรวจประเมินตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญ โดยแพทย์จะพิจารณาจากประวัติ อาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจระบบหลอดเลือดร่วมกับการแยกโรคอื่นที่มีอาการใกล้เคียงกัน



ดร.นพ.พงศ์พล ศรีพันธ์ ศัลยแพทย์หลอดเลือด งานศัลยศาสตร์หลอดเลือดและอุบัติเหตุ หัวหน้าคลินิกแผลหายยาก กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติม โรคเบอร์เกอร์ เป็นโรคหลอดเลือดส่วนปลายอักเสบอุดตันเรื้อรังที่ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงแขนขาไม่พอจนเกิดอาการปวด ชา แผลเรื้อรัง และเสี่ยงต่อการเกิดเนื้อตายจนต้องตัดนิ้วหรือตัดขา โดยหัวใจสำคัญสูงสุดในการรักษาคือ การเลิกบุหรี่และยาสูบทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เนื่องจากหลอดเลือดที่อุดตันมักเป็นเส้นเลือดขนาดเล็กส่วนปลายที่ยากต่อการผ่าตัดบายพาสหรือทำบอลลูนขยายหลอดเลือด ปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell Therapy) เข้ามาเป็นความหวังใหม่ โดยอาศัยคุณสมบัติในการหลั่งสารกระตุ้นเพื่อสร้างโครงข่ายหลอดเลือดฝอยใหม่ (Therapeutic Angiogenesis) ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดอาการปวดตอนพัก เร่งการสมานแผล และลดอัตราการสูญเสียอวัยวะ ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้การประเมินและการดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือดอย่างใกล้ชิดร่วมกับการหยุดสูบบุหรี่อย่างสมบูรณ์



ที่มาข้อมูล : กรมการแพทย์

ที่มารูปภาพ : AI Gemini

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ

แท็กบทความ