ไทยสูญเสีย “ปีสุขภาพดี” 20 ล้านปี “โรคอ้วน” ครองแชมป์อันดับ 1 ผู้ชายอ่วม! เหตุดื่มเหล้า-สูบบุหรี่หนัก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยสูญเสีย “ปีสุขภาพดี” 20 ล้านปี “โรคอ้วน” ครองแชมป์อันดับ 1 ผู้ชายอ่วม! เหตุดื่มเหล้า-สูบบุหรี่หนัก

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยถึงรายงานผลการศึกษาภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย พ.ศ. 2565 พบว่า ไทยต้องสูญเสียปีสุขภาวะหรือปีสุขภาพดี 20 ล้านปีสุขภาวะ (DALYs) โดยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เป็นสาเหตุหลักที่พรากปีสุขภาวะของคนไทยไปมากที่สุด ซึ่งการแก้ปัญหาคนไทยป่วยโรค NCDs จำเป็นต้องบูรณาการการทำงานที่ไร้รอยต่อของภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม วิชาการ ท้องถิ่น และชุมชน ซึ่ง สสส. พร้อมเป็นแกนกลางในการสานพลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คืนปีสุขภาวะที่แข็งแรง และสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย


ด้าน นางสาวกุลธิดา ราษฎร์ศิริ ผู้แทนคณะวิจัย มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผลการศึกษาภาระโรคฯ พ.ศ. 2565 พบคนไทยสูญเสียปีสุขภาพดีจากภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 1 หรือคิดเป็น 12.2% ของการสูญเสียปีสุขภาวะทั้งหมด รองลงมา คือ โรคความดันโลหิตสูง และระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงด้านเมตาบอลิกเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น บริโภคอาหารที่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไป สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ออกกำลังกาย ที่น่าสนใจยังพบอีกว่า ประชากรเพศชายสูญเสียปีสุขภาพดีสูงกว่าเพศหญิง เหตุจากการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ 


ขณะที่เพศหญิงจะสูญเสียปีสุขภาพดีจากการบริโภคอาหารที่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไป และไม่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาระโรคของไทย สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนมาตรการดูแลคุณภาพชีวิตประชากรอย่างเป็นระบบ และเหมาะสมกับปัญหาทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

สรุปข่าว

ผลศึกษาปี 65 พบคนไทยสูญเสีย "ปีสุขภาพดี" พุ่งสูงถึง 20 ล้านปี โดยมีโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เป็นสาเหตุหลัก "ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน" ครองแชมป์อันดับ 1 ที่ทำลายสุขภาพคนไทย เพศชายมีการสูญเสียปีสุขภาพดีมากกว่าเพศหญิงเนื่องจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ที่หนักกว่า ซึ่ง สสส. เร่งสานพลังทุกภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยถึงรายงานผลการศึกษาภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงของประชากรไทย พ.ศ. 2565 พบว่า ไทยต้องสูญเสียปีสุขภาวะหรือปีสุขภาพดี 20 ล้านปีสุขภาวะ (DALYs) โดยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เป็นสาเหตุหลักที่พรากปีสุขภาวะของคนไทยไปมากที่สุด ซึ่งการแก้ปัญหาคนไทยป่วยโรค NCDs จำเป็นต้องบูรณาการการทำงานที่ไร้รอยต่อของภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม วิชาการ ท้องถิ่น และชุมชน ซึ่ง สสส. พร้อมเป็นแกนกลางในการสานพลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คืนปีสุขภาวะที่แข็งแรง และสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย


ด้าน นางสาวกุลธิดา ราษฎร์ศิริ ผู้แทนคณะวิจัย มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผลการศึกษาภาระโรคฯ พ.ศ. 2565 พบคนไทยสูญเสียปีสุขภาพดีจากภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสูงเป็นอันดับ 1 หรือคิดเป็น 12.2% ของการสูญเสียปีสุขภาวะทั้งหมด รองลงมา คือ โรคความดันโลหิตสูง และระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงด้านเมตาบอลิกเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น บริโภคอาหารที่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไป สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ออกกำลังกาย ที่น่าสนใจยังพบอีกว่า ประชากรเพศชายสูญเสียปีสุขภาพดีสูงกว่าเพศหญิง เหตุจากการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ 


ขณะที่เพศหญิงจะสูญเสียปีสุขภาพดีจากการบริโภคอาหารที่ไม่เพียงพอหรือมากเกินไป และไม่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาระโรคของไทย สถานการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนมาตรการดูแลคุณภาพชีวิตประชากรอย่างเป็นระบบ และเหมาะสมกับปัญหาทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

ขณะที่ ศ.นพ.วิชัย เอกพลากร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทย 55% มีพฤติกรรมการออกแรงกายที่ไม่เพียงพอ หรือต่ำกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์ ด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหาร มีคนไทยเพียง 17% ที่กินผักและผลไม้เพียงพอ จากพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลให้คนไทย 45% ต้องเผชิญกับภาวะน้ำหนักตัวเกิน อ้วน และไขมันในเลือดสูง 


หากไม่มีการทำงานสร้างเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบและตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพในแต่ละพื้นที่ ในอนาคตไทยจะมีจำนวนคนป่วยจากโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตเพิ่มสูงมากขึ้น ซึ่งการป้องกันที่สำคัญ คือการส่งเสริมให้ประชาชนกินอาหารสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสม และสนับสนุนให้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ


ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวสรุปในการประชุมวิชาการภาระโรค ว่า การแก้ปัญหาโรค NCDs ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการ 4 ลด 

1.ลดการใช้ยาสูบ ขึ้นภาษีและราคายาสูบ บังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณา รณรงค์ให้ประชาชนรู้ถึงพิษภัยของยาสูบ และสนับสนุนการเลิกบุหรี่ระดับประชากร 

2.ลดการใช้สุราในระดับที่เป็นอันตราย ขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณาหรือจำกัดการโฆษณาผ่านสื่อ และออกกฎหมายจำกัดการเข้าถึงสินค้าแอลกอฮอล์ในร้านขายปลีก ผ่านการลดชั่วโมงขาย 


3.ลดอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ปรับปรุงนโยบายว่าด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่ดีขึ้นต่อสุขภาพ กำหนดให้มีฉลากคำเตือนเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลโภชนาการ และขับเคลื่อนนโยบายที่ป้องกันเด็กจากผลทางลบของการตลาดของอาหารและเครื่องดื่ม

 4.ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง รณรงค์อย่างต่อเนื่องในระดับประชากร ด้วยตัวอย่างที่ดีที่สุด เพื่อส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เชื่อมกับกิจกรรมชุมชน และการทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น เพื่อเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม



ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง