โรคคาวาซากิ ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย

Share on Line Share on Facebook Share on X
โรคคาวาซากิ ภัยเงียบที่อาจส่งผลต่อหัวใจของลูกน้อย

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติในเด็กที่มีความไวต่อปัจจัยกระตุ้นบางอย่าง โรคนี้พบได้ทั่วโลกและพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงเล็กน้อย โดยพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการสำคัญคือมีไข้ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วัน ร่วมกับอาการต่าง ๆ ได้แก่ ตาแดงทั้งสองข้างโดยไม่มีขี้ตา ริมฝีปากแดงหรือแตก ลิ้นแดงคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี่ มีผื่นตามตัว มือหรือเท้าแดงบวม และต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต แนะนำผู้ปกครองสังเกตอาการและนำเด็กมาพบแพทย์โดยเร็วหากมีอาการดังกล่าว เนื่องจาก มีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและรักษา  

สรุปข่าว

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะผู้ปกครองทำความรู้จัก “โรคคาวาซากิ” โรคที่เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ พบได้บ่อยในเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดหัวใจได้

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติในเด็กที่มีความไวต่อปัจจัยกระตุ้นบางอย่าง โรคนี้พบได้ทั่วโลกและพบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงเล็กน้อย โดยพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการสำคัญคือมีไข้ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 วัน ร่วมกับอาการต่าง ๆ ได้แก่ ตาแดงทั้งสองข้างโดยไม่มีขี้ตา ริมฝีปากแดงหรือแตก ลิ้นแดงคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี่ มีผื่นตามตัว มือหรือเท้าแดงบวม และต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต แนะนำผู้ปกครองสังเกตอาการและนำเด็กมาพบแพทย์โดยเร็วหากมีอาการดังกล่าว เนื่องจาก มีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและรักษา  

นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า การวินิจฉัยโรคคาวาซากิอาศัยประวัติ อาการและการตรวจร่างกายเป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการชนิดใดชนิดหนึ่งที่สามารถยืนยันโรคได้โดยเฉพาะ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดและการตรวจอื่น ๆ ตามความเหมาะสม รวมถึงการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiography) เพื่อประเมินความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด และให้การรักษาหลักโดย ยาอิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Immunoglobulin: IVIG) ร่วมกับยาแอสไพริน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดหัวใจ เด็กบางรายที่มีความเสี่ยงสูงหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาครั้งแรก อาจจำเป็นต้องได้รับยาต้านการอักเสบเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์ หลังการรักษาควรได้รับการติดตามและตรวจหัวใจตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด โดยเฉพาะในรายที่พบความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว                                    

 นายแพทย์กตัญญู บุณยวาณิชย์กุล กุมารแพทย์ด้านโรคหัวใจ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้โรคคาวาซากิจะยังไม่มีวิธีป้องกันโดยตรง เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ผู้ปกครองสามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ด้วยการสังเกตอาการของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด หากเด็กมีไข้ต่อเนื่อง 5 วันขึ้นไป ร่วมกับอาการ เช่น ตาแดงทั้งสองข้างโดยไม่มีขี้ตา ริมฝีปากแดงหรือแตก ลิ้นแดง มือหรือเท้าแดงบวม มีผื่นตามตัว หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต ควรรีบพาเด็กมาพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการเป็นเวลานาน ทั้งนี้ เด็กบางรายอาจมีอาการไม่ครบทุกข้อ จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน การวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจ และเด็กส่วนใหญ่สามารถหายจากโรคและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ  

ที่มาข้อมูล : สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ