FDA ไฟเขียวยามะเร็งตับอ่อนตัวใหม่ Rasonque เพิ่มเวลารอดชีวิตเกือบ 2 เท่า

Share on Line Share on Facebook Share on X
FDA ไฟเขียวยามะเร็งตับอ่อนตัวใหม่ Rasonque เพิ่มเวลารอดชีวิตเกือบ 2 เท่า

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA อนุมัติ daraxonrasib ภายใต้ชื่อการค้า Rasonque ของบริษัท Revolution Medicines เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งตับอ่อนชนิด pancreatic adenocarcinoma ระยะแพร่กระจาย ซึ่งเคยได้รับการรักษาด้วยยาระบบมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือไม่สามารถรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกันได้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการรักษามะเร็งตับอ่อนที่มีทางเลือกจำกัด

ยาเม็ดวันละครั้ง มุ่งเป้าโปรตีน RAS

Rasonque เป็นยารับประทานวันละครั้ง ออกฤทธิ์ยับยั้งโปรตีนในตระกูล RAS ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณให้เซลล์มะเร็งเติบโตและแบ่งตัว โดย RAS มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับอ่อนส่วนใหญ่

ความโดดเด่นของยานี้คือการมุ่งจัดการกับกลไกการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งโดยตรง แทนการออกฤทธิ์แบบเคมีบำบัดที่ส่งผลต่อเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็วในร่างกาย

FDA ระบุว่า Rasonque เป็นยามุ่งเป้า RAS ตัวแรกสำหรับมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจาย และได้รับการพิจารณาอนุมัติอย่างรวดเร็ว โดยอนุมัติก่อนถึงกำหนดเป้าหมายของ FDA ประมาณ 6.5 เดือน



สรุปข่าว

ความหวังใหม่ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจาย หลัง FDA สหรัฐฯ อนุมัติ “Rasonque” ยามุ่งเป้า RAS ชนิดรับประทานวันละครั้ง ผลทดลองพบผู้ป่วยมีอายุรอดชีวิตมัธยฐาน 13.2 เดือน เทียบกับ 6.7 เดือนในกลุ่มเคมีบำบัด

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA อนุมัติ daraxonrasib ภายใต้ชื่อการค้า Rasonque ของบริษัท Revolution Medicines เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็งตับอ่อนชนิด pancreatic adenocarcinoma ระยะแพร่กระจาย ซึ่งเคยได้รับการรักษาด้วยยาระบบมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือไม่สามารถรับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกันได้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการรักษามะเร็งตับอ่อนที่มีทางเลือกจำกัด

ยาเม็ดวันละครั้ง มุ่งเป้าโปรตีน RAS

Rasonque เป็นยารับประทานวันละครั้ง ออกฤทธิ์ยับยั้งโปรตีนในตระกูล RAS ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณให้เซลล์มะเร็งเติบโตและแบ่งตัว โดย RAS มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับอ่อนส่วนใหญ่

ความโดดเด่นของยานี้คือการมุ่งจัดการกับกลไกการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งโดยตรง แทนการออกฤทธิ์แบบเคมีบำบัดที่ส่งผลต่อเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็วในร่างกาย

FDA ระบุว่า Rasonque เป็นยามุ่งเป้า RAS ตัวแรกสำหรับมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจาย และได้รับการพิจารณาอนุมัติอย่างรวดเร็ว โดยอนุมัติก่อนถึงกำหนดเป้าหมายของ FDA ประมาณ 6.5 เดือน



ผลทดลอง เพิ่มเวลารอดชีวิตเกือบ 2 เท่า

การอนุมัติอ้างอิงข้อมูลจากการทดลองระยะที่ 3 RASolute 302 ซึ่งศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจายจำนวน 500 คน โดยเปรียบเทียบการรักษาด้วย daraxonrasib กับเคมีบำบัดมาตรฐาน

ผลพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับ daraxonrasib มีระยะเวลารอดชีวิตโดยรวมมัธยฐาน 13.2 เดือน ขณะที่กลุ่มที่ได้รับเคมีบำบัดอยู่ที่ 6.7 เดือน หรือเกือบเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลดลงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับการรักษามาตรฐาน

นอกจากนี้ ระยะเวลาที่โรคไม่ลุกลามยังเพิ่มขึ้น โดยอยู่ที่ 7.2 เดือน ในกลุ่ม daraxonrasib เทียบกับ 3.6 เดือนในกลุ่มเคมีบำบัด ขณะที่อัตราการตอบสนองต่อการรักษาอยู่ที่ 30% เทียบกับ 11% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็น ค่ามัธยฐานของกลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษา ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนจะมีชีวิตอยู่ได้นานตามตัวเลขดังกล่าว และยานี้ยังไม่ใช่การรักษาที่ทำให้มะเร็งหายขาด


ทางเลือกใหม่ในมะเร็งที่รักษายาก

มะเร็งตับอ่อนถือเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีความรุนแรงสูง เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม ทำให้การผ่าตัดซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในผู้ป่วยบางกลุ่มไม่สามารถทำได้

ข้อมูลจาก FDA ระบุว่า ในสหรัฐฯ มีผู้ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งตับอ่อนรายใหม่ประมาณ 67,000 รายต่อปี และประมาณ 90–95% เป็น pancreatic adenocarcinoma ซึ่งเป็นชนิดที่ Rasonque ได้รับการอนุมัติให้ใช้รักษา

ด้วยเหตุนี้ การค้นพบยาที่สามารถมุ่งเป้าไปยังกลไกสำคัญของเซลล์มะเร็งและช่วยยืดเวลาการรอดชีวิต จึงถือเป็นความก้าวหน้าที่มีความหมายต่อผู้ป่วยและวงการมะเร็งวิทยา

ยังคงต้องติดตามผลข้างเคียง

แม้ผลการทดลองจะน่าสนใจ แต่ Rasonque ไม่ได้ปราศจากผลข้างเคียง โดย FDA ระบุอาการที่พบได้ เช่น ผื่น ท้องเสีย แผลหรือการอักเสบในช่องปาก คลื่นไส้ อ่อนเพลีย อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร และภาวะเลือดออก นอกจากนี้ยังมีคำเตือนเกี่ยวกับความเป็นพิษต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อ ช่องปาก ระบบทางเดินอาหาร การทะลุของทางเดินอาหาร รวมถึงภาวะปอดอักเสบและพิษต่อตัวอ่อนในครรภ์

ดังนั้น การใช้ยาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยเฉพาะการติดตามอาการไม่พึงประสงค์และการประเมินว่าผู้ป่วยเหมาะสมกับการรักษาหรือไม่


อีกความหวังของการรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า

การอนุมัติ Rasonque สะท้อนทิศทางสำคัญของวงการมะเร็งวิทยา ที่พยายามเปลี่ยนจากการรักษาที่มุ่งทำลายเซลล์ที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ไปสู่การ เจาะจงกลไกทางชีววิทยาที่ขับเคลื่อนมะเร็ง

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจาย การมีทางเลือกใหม่ที่สามารถรับประทานได้และแสดงผลด้านการรอดชีวิตที่ชัดเจนจากการทดลองระยะที่ 3 จึงนับเป็นความหวังครั้งสำคัญ

อย่างไรก็ตาม Rasonque ยังเป็นการรักษาสำหรับผู้ป่วยตามข้อบ่งใช้ที่ FDA กำหนด และ ไม่ควรตีความว่าเป็นยารักษามะเร็งตับอ่อนให้หายขาด การเลือกแนวทางรักษาต้องพิจารณาชนิดและระยะของมะเร็ง สุขภาพโดยรวม รวมถึงการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมิน



นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ