รักษา "มะเร็งตับอ่อน" ด้วยนวัตกรรม"แบคทีเรียโปรไบโอติกดัดแปลง" เปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาสู้โรค

Share on Line Share on Facebook Share on X
รักษา "มะเร็งตับอ่อน" ด้วยนวัตกรรม"แบคทีเรียโปรไบโอติกดัดแปลง" เปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาสู้โรค

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" เกี่ยวกับการรักษามะเร็งตับอ่อน ระบุว่า


นวัตกรรมแบคทีเรียโปรไบโอติกดัดแปลงเพื่อการรักษามะเร็งตับอ่อนแบบมุ่งเป้า

มะเร็งตับอ่อนชนิด Pancreatic ductal adenocarcinoma หรือ PDAC เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงและรักษาได้ยากที่สุด สาเหตุสำคัญที่ทำให้การรักษาในปัจจุบันมักไม่ได้ผลดีนัก เป็นเพราะสภาพแวดล้อมรอบก้อนมะเร็งที่เรียกว่า Tumor microenvironment (TME) มีกลไกในการกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ทำลายมะเร็งอย่าง Effector T cells ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ 


แม้ว่าในทางการแพทย์จะมีความพยายามในการใช้สารโปรตีน Interleukin-2 (IL-2) เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของ T cells แต่การใช้ยาชนิดนี้ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งการที่ตัวยาสลายตัวเร็วเมื่อเข้าสู่ร่างกาย การก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นพิษต่อระบบอวัยวะต่างๆ และที่สำคัญคือมันมักจะไปกระตุ้น Regulatory T cells ซึ่งเป็นเซลล์ที่คอยยับยั้งการทำงานของภูมิคุ้มกัน ทำให้ผลลัพธ์ในการต่อต้านมะเร็งลดลง


เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ทีมวิจัยได้คิดค้นวิธีการรักษาแบบใหม่โดยอาศัยแบคทีเรียโปรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium longum ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริญเติบโต ทำให้มันมีคุณสมบัติพิเศษในการเข้าไปอาศัยและเจริญเติบโตเฉพาะในบริเวณ TME ของก้อนมะเร็งที่มีสภาวะขาดออกซิเจนได้อย่างแม่นยำ นักวิจัยได้นำแบคทีเรียชนิดนี้มาดัดแปลงพันธุกรรมให้สามารถผลิตและหลั่งโปรตีน IL-2 ที่ถูกปรับแต่งโครงสร้างใหม่ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Super-mutant IL-2 หรือ SumIL-2 ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง โปรตีน SumIL-2 นี้มีความพิเศษตรงที่มันจะเลือกจับและกระตุ้นเฉพาะ Effector T cells เป็นหลัก โดยแทบจะไม่ไปกระตุ้น Regulatory T cells เลย การใช้แบคทีเรียเป็นพาหะนำส่งยาในลักษณะนี้จึงช่วยให้ยาสามารถออกฤทธิ์ที่ก้อนมะเร็งได้โดยตรง และลดผลข้างเคียงรุนแรงที่จะเกิดกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย

สรุปข่าว

นักวิจัย "ดัดแปลงแบคทีเรียโปรไบโอติก" ให้เป็นพาหะนำส่งยามุ่งเป้า เข้าไปเจาะถึงใจกลางก้อน "มะเร็งตับอ่อน" ที่ขึ้นชื่อว่ารักษายากได้โดยตรง ตัวแบคทีเรียจะปล่อยโปรตีนดัดแปลงเพื่อปลุกเซลล์ภูมิคุ้มกันให้กลับมาทำลายก้อนมะเร็งได้อย่างแม่นยำ พร้อมช่วยลดผลข้างเคียงต่อร่างกายและเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อใช้ร่วมกับการรักษาหลัก

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" เกี่ยวกับการรักษามะเร็งตับอ่อน ระบุว่า


นวัตกรรมแบคทีเรียโปรไบโอติกดัดแปลงเพื่อการรักษามะเร็งตับอ่อนแบบมุ่งเป้า

มะเร็งตับอ่อนชนิด Pancreatic ductal adenocarcinoma หรือ PDAC เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงและรักษาได้ยากที่สุด สาเหตุสำคัญที่ทำให้การรักษาในปัจจุบันมักไม่ได้ผลดีนัก เป็นเพราะสภาพแวดล้อมรอบก้อนมะเร็งที่เรียกว่า Tumor microenvironment (TME) มีกลไกในการกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ทำลายมะเร็งอย่าง Effector T cells ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ 


แม้ว่าในทางการแพทย์จะมีความพยายามในการใช้สารโปรตีน Interleukin-2 (IL-2) เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของ T cells แต่การใช้ยาชนิดนี้ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งการที่ตัวยาสลายตัวเร็วเมื่อเข้าสู่ร่างกาย การก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นพิษต่อระบบอวัยวะต่างๆ และที่สำคัญคือมันมักจะไปกระตุ้น Regulatory T cells ซึ่งเป็นเซลล์ที่คอยยับยั้งการทำงานของภูมิคุ้มกัน ทำให้ผลลัพธ์ในการต่อต้านมะเร็งลดลง


เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ทีมวิจัยได้คิดค้นวิธีการรักษาแบบใหม่โดยอาศัยแบคทีเรียโปรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium longum ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริญเติบโต ทำให้มันมีคุณสมบัติพิเศษในการเข้าไปอาศัยและเจริญเติบโตเฉพาะในบริเวณ TME ของก้อนมะเร็งที่มีสภาวะขาดออกซิเจนได้อย่างแม่นยำ นักวิจัยได้นำแบคทีเรียชนิดนี้มาดัดแปลงพันธุกรรมให้สามารถผลิตและหลั่งโปรตีน IL-2 ที่ถูกปรับแต่งโครงสร้างใหม่ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Super-mutant IL-2 หรือ SumIL-2 ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง โปรตีน SumIL-2 นี้มีความพิเศษตรงที่มันจะเลือกจับและกระตุ้นเฉพาะ Effector T cells เป็นหลัก โดยแทบจะไม่ไปกระตุ้น Regulatory T cells เลย การใช้แบคทีเรียเป็นพาหะนำส่งยาในลักษณะนี้จึงช่วยให้ยาสามารถออกฤทธิ์ที่ก้อนมะเร็งได้โดยตรง และลดผลข้างเคียงรุนแรงที่จะเกิดกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย

จากการทดสอบในหนูทดลองที่เป็นมะเร็งตับอ่อน นักวิจัยพบว่าเมื่อฉีดแบคทีเรียดัดแปลงที่ชื่อว่า BifidoSumIL-2 เข้าสู่กระแสเลือด ตัวแบคทีเรียสามารถเดินทางไปสะสมตัวอยู่ที่ก้อนมะเร็งได้อย่างเจาะจง และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกได้อย่างมีนัยสำคัญ กลไกการทำงานนี้เกิดขึ้นจากการที่ตัวแบคทีเรียเข้าไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดผ่านกลไกที่เรียกว่า STING pathway ผนวกกับการที่ SumIL-2 เข้าไปเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพของ CD8+ T cells ในบริเวณก้อนมะเร็ง ทำให้สัดส่วนของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับมะเร็งมีมากกว่าเซลล์ที่คอยกดภูมิคุ้มกันอย่างเห็นได้ชัด 


นอกจากนี้ การรักษายังมีความปลอดภัยสูง โดยไม่พบว่าแบคทีเรียก่อให้เกิดความเสียหายต่อตับหรือทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงในกระแสเลือดเมื่อเทียบกับการใช้ยา IL-2 แบบดั้งเดิม


ความสำเร็จที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อนักวิจัยนำ BifidoSumIL-2 ไปใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาเคมีบำบัดอย่าง Gemcitabine การฉายรังสี หรือการใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดอย่าง Anti-PD-L1 ผลปรากฏว่าประสิทธิภาพในการยับยั้งก้อนมะเร็งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการรักษาเพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง งานวิจัยชิ้นนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้แบคทีเรียที่มีชีวิตมาประยุกต์เป็นยารักษามะเร็งตับอ่อน เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้แบคทีเรียโพรไบโอติกเป็นพาหะนำส่งยาชีวภาพ

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ข้อมูลจาก เพจ Anan Jongkaewwattana https://www.facebook.com/anan.jongkaewwattana

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง