โรคเหงือก ไม่ได้หยุดแค่ที่ปาก นักวิจัยพบเชื่อมโยงลิ้นหัวใจตีบ

Share on Line Share on Facebook Share on X
โรคเหงือก ไม่ได้หยุดแค่ที่ปาก นักวิจัยพบเชื่อมโยงลิ้นหัวใจตีบ

หลายคนอาจคิดว่าโรคเหงือกเป็นเพียงปัญหาในช่องปาก แต่ผลการศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยในญี่ปุ่น พบหลักฐานที่ชี้ว่า แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือก อาจมีบทบาทต่อการเกิดโรคลิ้นหัวใจเอออร์ตาตีบ ซึ่งเป็นโรคหัวใจที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ

สรุปข่าว

โรคเหงือกอักเสบเชื่อมโยงการเกิดโรคหัวใจตีบ โดยพบว่าแบคทีเรียชนิดหนึ่งในช่องปากอาจเดินทางไปถึงลิ้นหัวใจ ทำให้เกิดการอักเสบ และเร่งการสะสมของแคลเซียม

หลายคนอาจคิดว่าโรคเหงือกเป็นเพียงปัญหาในช่องปาก แต่ผลการศึกษาล่าสุดจากนักวิจัยในญี่ปุ่น พบหลักฐานที่ชี้ว่า แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือก อาจมีบทบาทต่อการเกิดโรคลิ้นหัวใจเอออร์ตาตีบ ซึ่งเป็นโรคหัวใจที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ

โรคลิ้นหัวใจเอออร์ตาตีบ (Calcific Aortic Valve Stenosis) เกิดจากการที่ลิ้นหัวใจมีการสะสมของแคลเซียมจนแข็งและตีบ ทำให้เลือดไหลออกจากหัวใจได้ลำบาก หากอาการรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

ในการศึกษานี้ นักวิจัยตรวจตัวอย่างลิ้นหัวใจของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด และพบ แบคทีเรีย Porphyromonas gingivalis ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคเหงือก อยู่ภายในเนื้อเยื่อลิ้นหัวใจ

เมื่อทดลองในหนู นักวิจัยยังพบว่าแบคทีเรียชนิดนี้สามารถเดินทางจากเหงือกเข้าสู่ลิ้นหัวใจ ก่อให้เกิดการอักเสบ และเร่งการสะสมของแคลเซียม ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของโรคลิ้นหัวใจเอออร์ตาตีบ นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีโรคเหงือกรุนแรง ยังมีแนวโน้มพบแบคทีเรียในลิ้นหัวใจมากกว่า และมีความรุนแรงของโรคมากกว่าด้วย

ผลการศึกษาครั้งนี้ช่วยอธิบายกลไกที่อาจเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพช่องปากกับโรคหัวใจ และเปิดโอกาสให้มีการศึกษาว่า การป้องกันหรือรักษาโรคเหงือก อาจช่วยชะลอการดำเนินของโรคลิ้นหัวใจในอนาคตได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงกลไกและยังไม่สามารถสรุปได้ว่า โรคเหงือกเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคลิ้นหัวใจเอออร์ตาตีบ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์ดังกล่าว

ผลการศึกษาถูกนำเสนอในการประชุม American Heart Association Basic Cardiovascular Sciences Scientific Sessions 2026 ซึ่งหมายความว่ายังเป็นข้อมูลเบื้องต้นจากการประชุมวิชาการ และรอการศึกษาต่อยอดในอนาคต

ที่มาข้อมูล : Science Daily

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย