
ในช่วงเดือนมิถุนายนถือเป็น ต้นฤดูร้อนของยุโรป และในปีนี้หลายประเทศในยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นฤดูร้อน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความร้อนในบางพื้นที่ของฝรั่งเศส สเปน อิตาลี โปรตุเกส และประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูงผิดปกติ หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนมักเกิดจาก “โรคลมแดด” หรือ Heat Stroke เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุชัดว่า คลื่นความร้อนเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้จริง และเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้ชัดในช่วงอากาศร้อนจัดของยุโรป
อากาศร้อนส่งผลต่อหัวใจอย่างไร
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายต้องพยายามรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ในระดับปกติ โดยการขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังผิวหนังเพื่อระบายความร้อน ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
ขณะเดียวกัน การสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากเหงื่อจำนวนมาก อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง และเลือดมีความหนืดมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคหลอดเลือดสมอง
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ความร้อนจัดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจ รวมถึงทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
หลักฐานจากคลื่นความร้อนในยุโรป
เหตุการณ์คลื่นความร้อนในยุโรปปี 2003 ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางสภาพอากาศที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70,000 คนภายในช่วงฤดูร้อนเพียงไม่กี่เดือน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
ข้อมูลจาก WHO Europe ระบุว่า ความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศอันดับหนึ่งในยุโรป และความร้อนสามารถกระตุ้นให้อาการของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคทางเดินหายใจกำเริบได้
นอกจากนี้ WHO ประเมินว่าในช่วงปี 2000–2019 มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกประมาณ 489,000 คนต่อปี โดยกว่า 36% เกิดขึ้นในยุโรป และ 45% อยู่ในเอเชีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอากาศร้อนจัดไม่ใช่เพียงเรื่องของความไม่สบายตัว แต่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตจริง
สรุปข่าว
ในช่วงเดือนมิถุนายนถือเป็น ต้นฤดูร้อนของยุโรป และในปีนี้หลายประเทศในยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นฤดูร้อน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความร้อนในบางพื้นที่ของฝรั่งเศส สเปน อิตาลี โปรตุเกส และประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูงผิดปกติ หลายคนอาจเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนมักเกิดจาก “โรคลมแดด” หรือ Heat Stroke เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุชัดว่า คลื่นความร้อนเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้จริง และเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้ชัดในช่วงอากาศร้อนจัดของยุโรป
อากาศร้อนส่งผลต่อหัวใจอย่างไร
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายต้องพยายามรักษาอุณหภูมิแกนกลางให้อยู่ในระดับปกติ โดยการขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังผิวหนังเพื่อระบายความร้อน ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
ขณะเดียวกัน การสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากเหงื่อจำนวนมาก อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง และเลือดมีความหนืดมากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคหลอดเลือดสมอง
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ความร้อนจัดสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคเบาหวาน และโรคทางเดินหายใจ รวมถึงทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
หลักฐานจากคลื่นความร้อนในยุโรป
เหตุการณ์คลื่นความร้อนในยุโรปปี 2003 ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางสภาพอากาศที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70,000 คนภายในช่วงฤดูร้อนเพียงไม่กี่เดือน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
ข้อมูลจาก WHO Europe ระบุว่า ความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศอันดับหนึ่งในยุโรป และความร้อนสามารถกระตุ้นให้อาการของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคทางเดินหายใจกำเริบได้
นอกจากนี้ WHO ประเมินว่าในช่วงปี 2000–2019 มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกประมาณ 489,000 คนต่อปี โดยกว่า 36% เกิดขึ้นในยุโรป และ 45% อยู่ในเอเชีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอากาศร้อนจัดไม่ใช่เพียงเรื่องของความไม่สบายตัว แต่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตจริง
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนจากความร้อน ได้แก่
- ผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
- ผู้ป่วยเบาหวานและโรคไต
- ผู้ที่รับประทานยาขับปัสสาวะหรือยาลดความดันบางชนิด
- ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า ความร้อนสามารถทำให้อาการของโรคหัวใจแย่ลง และยังส่งผลร่วมกับมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นในช่วงอากาศร้อน ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้มากขึ้น
สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
หากอยู่ในสภาพอากาศร้อนจัดและมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
- แน่นหน้าอก
- ใจสั่นผิดปกติ
- หายใจเหนื่อย
- เวียนศีรษะหรือเป็นลม
- อ่อนเพลียผิดปกติ
- สับสน พูดไม่ชัด
- ตัวร้อนจัดหรือหมดสติ
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะลมแดดหรือโรคหัวใจและหลอดเลือดที่กำลังกำเริบ
วิธีป้องกันผลกระทบต่อหัวใจในช่วงคลื่นความร้อน
- ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ แม้ยังไม่รู้สึกกระหาย
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 11.00–15.00 น.
- พักในสถานที่อากาศถ่ายเทหรือมีเครื่องปรับอากาศ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- สังเกตอาการผิดปกติของตนเองและคนใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
- ติดตามประกาศเตือนคลื่นความร้อนจากหน่วยงานสาธารณสุข
ที่มารูปภาพ : CANVA
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
