ญี่ปุ่นให้นักเรียนสวม แว่นกันแดด มาโรงเรียนป้องกันอันตรายจากรังสีUV

Share on Line Share on Facebook Share on X
ญี่ปุ่นให้นักเรียนสวม แว่นกันแดด มาโรงเรียนป้องกันอันตรายจากรังสีUV

เพียงเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน กรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ก็เริ่มเผชิญสิ่งที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “สงครามกับรังสีอัลตราไวโอเลต” หรือรังสี UV อย่างจริงจังแล้ว ไม่เพียงแต่แสงแดดที่สร้างปัญหา แต่ยังมีปรากฏการณ์ แสงสะท้อน จากพื้นถนนยางมะตอยและอาคารกระจกที่กระจายรังสีจากทุกทิศทาง ทำให้ผู้คนที่เดินตามท้องถนนต้องเผชิญกับแสงแดดรอบด้าน การเห็นชาวโตเกียวกางร่มกันแดดหรือสวมปลอกแขนกัน UV จึงกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป

สรุปข่าว

โรงเรียนมัธยมฯ ในญี่ปุ่นเพิ่ม "แว่นกันแดด" เป็นหนึ่งในยูนิฟอร์มที่นักเรียนต้องใส่มาโรงเรียน เพื่อปกป้องสายตาจากรังสียูวีที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงหน้าร้อน

เพียงเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน กรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ก็เริ่มเผชิญสิ่งที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “สงครามกับรังสีอัลตราไวโอเลต” หรือรังสี UV อย่างจริงจังแล้ว ไม่เพียงแต่แสงแดดที่สร้างปัญหา แต่ยังมีปรากฏการณ์ แสงสะท้อน จากพื้นถนนยางมะตอยและอาคารกระจกที่กระจายรังสีจากทุกทิศทาง ทำให้ผู้คนที่เดินตามท้องถนนต้องเผชิญกับแสงแดดรอบด้าน การเห็นชาวโตเกียวกางร่มกันแดดหรือสวมปลอกแขนกัน UV จึงกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป

เช่นเดียวกันกับ บรรยากาศในโรงเรียนก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ด้วยความที่กลัวว่า แสงยูวีเหล่านี้จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพนักเรียน โดยเฉพาะดวงตา ที่ต้องสัมผัสกับแสงสะท้อนอยู่เสมอที่โรงเรียนหลายแห่ง จึงออกมาตรการเพิ่มแว่นกันแดด เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุดยุนิฟอร์มซะเลย เพื่อเป็นข้อบังคับให้นักเรียนต้องสมแว่นกันแดดอยู่เสมอ 

อย่างเช่นที่โรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายสตรีโจชิเซกาคุอิน ในเขตคิตะของกรุงโตเกียว นักเรียนสามารถสวมแว่นกันแดดมาโรงเรียนได้อย่างเป็นทางการ ภาพของนักเรียนหญิงในชุดเครื่องแบบเรียบร้อยที่สวมแว่นกันแดดหลากหลายสไตล์ตามความชอบส่วนตัว กลายเป็นภาพใหม่ที่สะท้อนการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป โรงเรียนแห่งนี้อนุญาตให้นักเรียนสวมแว่นกันแดดร่วมกับเครื่องแบบตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว และถือเป็นโรงเรียนมัธยมแห่งแรกของประเทศที่ดำเนินนโยบายดังกล่าว ก่อนมีโรงเรียนอีกหลายแห่งทำตาม 


ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่มีประสบการณ์รับมือกับภัยธรรมชาติมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะพายุ แผ่นดินไหว และล่าสุด คลื่นความร้อน ที่โจมตีอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหน้าร้อน ทำให้คนญี่ปุ่นมองว่าภัยตามฤดูกาลอย่างคลื่นความร้อน รังสี UV และละอองเกสร เป็นภัยสาธารณะที่ต้องจัดการอย่างจริงจังไม่ต่างจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดนโยบายใหม่ๆ ที่ทั้งสร้างสรรค์และใช้งานได้จริง โดยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก

อย่างเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง รัฐบาลกรุงโตเกียวได้ประกาศยกระดับมาตรการ “Cool Biz” เพื่อลดผลกระทบจากความร้อน โดยส่งเสริมให้ข้าราชการสวมเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นแทนชุดทำงานทางการ รวมถึงเริ่มเวลาทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า เพื่อลดการเผชิญอากาศร้อนในช่วงกลางวัน มาตรการนี้คาดว่าจะขยายไปสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศในอนาคต

ด้านมาตรการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรงก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน รัฐบาลกรุงโตเกียวประกาศยกเว้นค่าน้ำประปาส่วนพื้นฐานให้แก่ประชาชนทุกคนตลอดช่วง 4 เดือนของฤดูร้อนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และสนับสนุนให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เปิดเครื่องปรับอากาศได้อย่างเต็มที่ ลดความเสี่ยงต่อโรคลมแดดและภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน

ขณะที่เมืองคุมากายะ จังหวัดไซตามะ ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น “เมืองที่ร้อนที่สุดของญี่ปุ่น” ได้ติดตั้งระบบพ่นละอองน้ำเย็นบนหลังคาป้ายรถประจำทาง โดยระบบจะทำงานอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 28 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ ทางเมืองยังแจกโยเกิร์ตฟรีให้แก่สถานดูแลผู้สูงอายุและศูนย์เด็กเล็ก เนื่องจากมีข้อมูลว่าคุณค่าทางโปรตีนในโยเกิร์ตอาจช่วยสนับสนุนการรักษาสมดุลน้ำในร่างกายได้

ปัจจุบัน ภัยจากสภาพอากาศร้อนจัดไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หลายประเทศในเอเชียกำลังเผชิญอุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกปี ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าฤดูร้อนในอนาคตอาจรุนแรงกว่าที่เคยเป็นมา ทำให้มาตรการป้องกันความร้อนกลายเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพประชาชน

ที่มาข้อมูล : chosun.com, asahi.com

ที่มารูปภาพ : RCC NEWS DIG Powered by JNN

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย