
สรุปข่าว
วันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) 10 ตุลาคม ริเริ่มจากองค์การสหพันธ์สุขภาพจิตโลก (World Federation for Mental Health : WFMH) ร่วมกับ สมาคมนานาชาติ เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย (International Association for Suicide Prevention : IASP) สนับสนุนโดยองค์การอนามัยโลก เกิดขึ้นครั้งแรกวันที่ 10 ตุลาคม ปี 1992
ปัญหาของสุขภาพจิต มีความสำคัญต่อสังคมมิติชีวิตทุกด้านของผู้คน ในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคม หากเริ่มต้นในวัยเด็ก ก็จะมีผลการเรียนต่ำลง มีความวิตกไม่อยากไปเรียนหนังสือ ซุกซน ก้าวร้าว ดื้อรั้น ในวัยผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้ที่มีความกังวลสูง ท้อแท้ สับสน มีพฤติกรรมการกินหรือการนอนที่เปลี่ยนไป รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง รวมไปถึงความคิดที่จะใช้ยาเสพติด หรือ ฆ่าตัวตาย
วันสุขภาพจิตโลก จึงเป็นวันที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลปัญหาสุขภาพจิตทั่วโลก ร่วมจัดกิจกรรมเสวนา หรือฟื้นฟูผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ในประเทศไทย ก็มีพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ป่วยจิตเวช ส่งเสริมให้เข้ารักษาตัว และเมื่อหายแล้วก็กลับมารักษาให้ครอบคลุมการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้

◾วิธีดูแลผู้ป่วยซึมเศร้า◾
สิ่งที่ควรทำ
• พูดคุยชี้ให้ผู้ป่วยให้เห็นมองเห็นข้อดีของตัวเองเสมอ เพราะหัวใจของการรักษาโรคซึมเศร้า นอกเหนือจากการใช้ยาแล้วคือการที่ผู้ป่วยต้องมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ที่จะทำให้อยากใช้ชีวิตอยู่ และมีกำลังใจสู้ต่อ
• ชวนผู้ป่วยให้ลุกมาทำกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นเล่นกีฬาเบาๆ เล่นเกม ทำงานศิลปะ นอกจากจะลดโอกาสที่จะคิดฟุ้งซ่าน และคิดหดหู่แล้ว การเคลื่อนไหวร่างกายยังช่วยหลั่งสารความสุขอย่างเอ็นโดรฟินออกมา ให้ผลใกล้เคียงกับการใช้ยาเลย
• ฟังด้วยความตั้งใจ และท่าทีที่สบายๆ ไม่คะยั้นคะยอ และไม่ตัดสินใจแทน นั่นเพราะผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักมีความคิดว่าตัวเองเป็นที่น่ารำคาญ หรือเป็นภาระให้คนอื่นอยู่แล้ว ดังนั้น การจะให้ผู้ป่วยพูดคุยระบายความรู้สึก ต้องให้พวกเขารู้สึกก่อนว่ามีคนอยากรับฟัง และไม่กดดัน หรือตัดสินเขา สร้างความไว้วางใจ และบรรยากาศสบายๆ ให้ผู้ป่วยได้เล่าสิ่งที่อยากพูดออกมาเต็มที่ เพราะในบางครั้งเขาอาจมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง หรืออยากตาย หากว่าคนรอบข้างได้มีโอกาสรับฟัง จะได้สามารถป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที
สิ่งที่ไม่ควรทำ
• อย่าบอกปัด ผู้ป่วยให้ไปเข้าวัดฟังธรรมหรือทำจิตใจให้สงบ โดยไม่อยู่เคียงข้างพวกเขา เพราะผู้ป่วยจะรู้สึกทันทีว่าไม่มีที่พึ่งพา หรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่น่ารำคาญ และยิ่งตีตัวออกห่าง ส่งผลให้เกิดความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ได้
• อย่าทำเป็นไม่ได้ยิน หรือไม่อยากพูดถึงเมื่อผู้ป่วยพูดถึงการอยากตาย หลายๆ คนคิดว่าการเอ่ยหรือพูดคุยถึงเรื่องการฆ่าตัวตายกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอาจเป็นแนวโน้มให้ผู้ป่วยอยากทำ หรือชี้โพรงให้กระรอก แต่ในความเป็นจริงแล้วหากผู้ป่วยเอ่ยถึงการอยากตาย แล้วคนใกล้ตัวกลับมีท่าทีต่อต้าน หรือทำเป็นไม่สนใจเพื่อให้ผู้ป่วยเลิกคิด หรือมีคำพูดทำนองว่า “อย่าคิดมาก” “อย่าคิดอะไรบ้าๆ” ยิ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแย่ลงอย่างมากว่าเราไม่รับฟังสิ่งที่เขารู้สึกคับข้องใจ ไม่มีวันจะเข้าใจเขาจริงๆ
• อย่ากดดันและเร่งรัด ถ้าผู้ป่วยยังอาการไม่ดีขึ้น ห้ามพูดหรือทำให้พวกเขารู้สึกว่า “เมื่อไหร่จะหาย” หรือ “หายได้แล้ว” เพราะผู้ป่วยจะยิ่งรู้สึกกดดัน และผิดหวังว่าตนเองเป็นที่น่ารำคาญ หรือเป็นภาระ และหากอาการเพิ่งเริ่มดีขึ้น ความเครียดเหล่านี้จะยิ่งส่งผลให้จิตใจแย่ลง และอาจเป็นหนักกว่าเดิม
คำแนะนำ : ควรเข้าหา ยินดีช่วยเหลือ พร้อมรับฟังอย่างตั้งใจ เข้าใจ ไปเป็นเพื่อนเมื่อพบจิตแพทย์เสมอ หากผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าบอกไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรืออยากทำร้ายตนเอง อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว.
.
.
ที่มาข้อมูล: กรมสุขภาพจิต
ภาพปก: Getty Image
.
ติดตาม TNN Health ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
Website : https://www.tnnthailand.com/
Youtube : https://bit.ly/TNNHealthYoutube
TikTok : https://bit.ly/TNNHealthTikTok
Line @TNNONLINE : https://lin.ee/4fP2tltIo
หรือดูรายการ Live ได้ทาง https://www.facebook.com/TNN16LIVE
- "ปวดหัว นอนไม่หลับ ใจสั่น" สัญญาณเตือน! ความเครียดในชีวิตออฟฟิศ ศัตรูเงียบที่ซ่อนอยู่ในทุกวัน
- คนไทย 4.3 ล้านคนต่อปี ต้องการรับบริการสุขภาพจิต แต่มีเพียง 2.8–3 ล้านคน ที่สามารถเข้าถึงบริการได้
- สูญเสียคนรักไปไม่มีวันกลับ จัดการความรู้สึกทำอย่างไรดี ความโศกเศร้าที่ยากจะฟื้นฟูใจ
- นุ่น ดารัณ เผย พลอย เฌอมาลย์ มีปัญหาสุขภาพ Midlife Crisis เก็บสะสมความเครียด
- ไขความลับ "ความรู้สึกเศร้าแบบไม่มีเหตุผล" เกิดจากอะไร?
- ซื้อรูปจากคนอื่น เพื่อโชว์เป็นไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เทรนด์ที่อาจสะท้อนปัญหาสุขภาพจิต
- พฤติกรรมประจำวันง่ายๆ มีส่วนช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิต
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand