ปี 70 “ซูเปอร์เอลนีโญ” ทำค่าฝุ่นรุนแรง สธ.สั่งคุมเข้ม 40 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปี 70 “ซูเปอร์เอลนีโญ” ทำค่าฝุ่นรุนแรง สธ.สั่งคุมเข้ม 40 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง

จากคาดการณ์ปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" จะรุนแรง ส่งผลกระทบทำให้วิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 รวมถึงปัญหาหมอกควันในประเทศไทยมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งภัยแล้ง อากาศร้อนจัด และสภาพอากาศปิดล่าสุดนพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปี 2027 ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 3 ปี  พบฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานกว่า 60 จังหวัด โดยมี 40 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูงในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีค่าฝุ่นเฉลี่ยเกินเกณฑ์มาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน 

สรุปข่าว

กระทรวงสาธารณสุข เผย ปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" มีแนวโน้มส่งผลให้สถานการณ์ PM2.5 ปีหน้า รุนแรงกว่าเดิม สั่งคุมเข้ม 40 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงในภาคเหนือ อีสาน และ กทม.-ปริมณฑล, ดันแอปพลิเคชัน "พื้นที่ปลอดภัย" ค้นหาห้องปลอดฝุ่นและคลินิกมลพิษแบบเรียลไทม์, ทำแผนที่ชี้เป้ากลุ่มเสี่ยงโรคระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือด สกัดผลกระทบสุขภาพกลุ่มเปราะบางกว่า 16 ล้านคนทั่วประเทศ

จากคาดการณ์ปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" จะรุนแรง ส่งผลกระทบทำให้วิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 รวมถึงปัญหาหมอกควันในประเทศไทยมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งภัยแล้ง อากาศร้อนจัด และสภาพอากาศปิดล่าสุดนพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณี หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ปี 2027 ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 3 ปี  พบฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานกว่า 60 จังหวัด โดยมี 40 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูงในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีค่าฝุ่นเฉลี่ยเกินเกณฑ์มาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน 

ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มการเกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ที่จะทวีความรุนแรงและเกิดสภาวะแห้งแล้งยาวนาน ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) มีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม จึงจำเป็นต้องดำเนินการเชิงรุก เตรียมมาตรการป้องกันล่วงหน้า เพื่อปกป้องกลุ่มเปราะบางราว 16 ล้านคน ทั่วประเทศ

โดยได้เตรียมการ 5   เรื่องสำคัญ คือ 

1. การพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ โดยผลักดันและชูแอปพลิเคชัน "พื้นที่ปลอดภัย” ให้เป็นเครื่องมือหลักเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบคลินิกมลพิษทั้งแบบออนไซต์ในพื้นที่และออนไลน์ ผ่าน Telemedicine ให้่ประชาชนสามารถปรึกษาแพทย์และรับการประเมินอาการได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทาง 

2.การประเมินสถานการณ์ความเสี่ยง โดยให้ทุกจังหวัดและเขตสุขภาพเตรียมความพร้อมเชิงรุก ประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนรองรับ โดยเฉพาะใน 40 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูง 

3. การดูแลสุขภาพกลุ่มเปราะบางเชิงรุก 

4. การบูรณาการงบประมาณและภาคีเครือข่าย   เพื่อลดความซ้ำซ้อนและใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ตลอดจนประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด 

5. การกำกับ ติดตาม โดยมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, สาธารณสุขนิเทศก์, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และศูนย์วิชาการในพื้นที่ ทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และประสานงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทั้งในระดับพื้นที่และส่วนกลางของกระทรวงสาธารณสุข   

ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมั่นใจได้ว่าระบบสาธารณสุขไทยมีความพร้อมสูงสุดในการดูแลสุขภาพและลดการเจ็บป่วยของประชาชนทุกคนตลอดฤดูกาลฝุ่นปีหน้า

ที่มาข้อมูล : กระทรวงสาธารณสุข

ที่มารูปภาพ : NASA