COP31 จะรอดหรือไม่? ตุรกีตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 40% แต่ไม่ยอมเลิกใช้พลังงานฟอสซิล

ตุรกีประกาศแผนลงทุนด้านพลังงานมูลค่ามหาศาลถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยตั้งเป้าพึ่งพาพลังงานได้ด้วยตนเองภายในปี 2040 อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการยุติใช้ถ่านหิน แม้ตุรกีกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP31 ก็ตาม
แผนพลังงานแห่งชาติฉบับใหม่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2040 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2053 โดยหัวใจสำคัญของแผนนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน ไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยตุรกีตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าให้ครอบคลุม 36% ของความต้องการพลังงานทั้งหมด จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 22%
สรุปข่าว
ตุรกีประกาศแผนลงทุนด้านพลังงานมูลค่ามหาศาลถึง 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยตั้งเป้าพึ่งพาพลังงานได้ด้วยตนเองภายในปี 2040 อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการยุติใช้ถ่านหิน แม้ตุรกีกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP31 ก็ตาม
แผนพลังงานแห่งชาติฉบับใหม่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2040 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2053 โดยหัวใจสำคัญของแผนนี้คือการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน ไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยตุรกีตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าให้ครอบคลุม 36% ของความต้องการพลังงานทั้งหมด จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 22%
รัฐบาลมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งจาก 123 กิกะวัตต์ในปี 2025 เป็น 281 กิกะวัตต์ภายในปี 2040 พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 63% เป็น 77% โดยเฉพาะพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า
นอกจากการเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนแล้ว ตุรกียังต้องการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเดินหน้าสำรวจและพัฒนาแหล่งพลังงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ รัฐบาลได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทพลังงานรายใหญ่หลายแห่ง เพื่อขยายการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตุรกี รวมถึงปากีสถานและโซมาเลีย โดยรัฐบาลมองว่าการเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศจะช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานและลดภาระจากการนำเข้า
ประเด็นที่ยังเป็นข้อท้าทายสำคัญคือการจัดการพลังงานถ่านหิน เนื่องจากปัจจุบันถ่านหินยังมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของการผลิตไฟฟ้าในตุรกี ทำให้ประเทศแห่งนี้เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในยุโรป ตามข้อมูลของสถาบันวิจัยด้านพลังงาน Ember
แม้ตุรกีจะประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่รัฐมนตรีพลังงานของตุรกียืนยันว่าประเทศจำเป็นต้องใช้ถ่านหินเพื่อรักษาความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน อีกทั้งอุตสาหกรรมถ่านหินยังเป็นแหล่งจ้างงานให้ประชาชนราว 30,000–40,000 คน รัฐบาลจึงเตรียมนำเสนอแนวทางการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมสำหรับแรงงานและภาคธุรกิจถ่านหินในการประชุม COP31
ซึ่งการยุติการใช้ถ่านหินในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถของตุรกีในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเข้ามาทดแทนถ่านหินได้
การที่รัฐบาลตุรกียังไม่มีกรอบเวลายุติการใช้ถ่านหินอย่างชัดเจนทำให้กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อประเทศกำลังจะรับบทเจ้าภาพ COP31 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับโลกเพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
- แค่ 6 มาตรการ พลิกชะตาโลกเดือด ช่วย 1.6 ล้านชีวิต
- จับตา COP31 ประเทศยากจนตั้งคำถาม ใครต้องจ่ายค่าโลกร้อน?
- “ตุรกี” เจ้าภาพ COP31 แต่ “มีเทน” รั่วสนั่นโลก หลุมขยะปล่อยก๊าซมหาศาล ถูกจี้แก้ก่อนประชุมโลกร้อน!
- จับตา “COP31” เดือดก่อนเปิดฉาก เจ้าภาพออสเตรเลีย-ตุรกี ถูกวิจารณ์ยับ ยังหนุนถ่านหิน
- ตุรกีพร้อมช่วยซาอุดีอาระเบีย ด้านการทหาร จากฮูตีโจมตีต่อเนื่อง
