มหาสมุทรส่งสัญญาณ ปี 2026 ทะเลเดือดสุดขีด พายุแรง น้ำแข็งลดฮวบ ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น

Share on Line Share on Facebook Share on X
มหาสมุทรส่งสัญญาณ ปี 2026 ทะเลเดือดสุดขีด พายุแรง น้ำแข็งลดฮวบ ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น

ข้อมูลจาก Climate Central องค์กรวิจัยและรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศ ระบุว่า อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2026 สูงถึง 21.03 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 21.18 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ซึ่งทำสถิติสูงสุดเท่าที่มีการบันทึกมา บ่งชี้ถึงความร้อนส่วนเกินจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่มหาสมุทรดูดซับเอาไว้  

 

ขณะที่ข้อมูลจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA ระบุว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มหาสมุทรดูดซับความร้อนส่วนเกินจากภาวะโลกร้อนไปแล้วประมาณ 90% ขณะที่อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลกำลังเร่งตัวขึ้น โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มหาสมุทรมีอัตราการอุ่นขึ้นเร็วเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปี 1960-2005

 

สรุปข่าว

มหาสมุทรทั่วโลกกำลังเผชิญกับความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากการดูดซับความร้อนส่วนเกินที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าอุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2026 สูงถึง 21.03 องศาเซลเซียส ทุบสถิติเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ไม่เพียงกระทบกับสิ่งมีชีวิตในทะเลเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับระบบภูมิอากาศของโลก ทั้งภาวะทะเลเป็นกรด ปะการังฟอกขาว อุณหภูมิที่สูงขึ้นในมหาสมุทรยังเป็นแหล่งพลังงานของพายุหมุนเขตร้อนทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เร่งการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย

ข้อมูลจาก Climate Central องค์กรวิจัยและรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศ ระบุว่า อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2026 สูงถึง 21.03 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 21.18 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 ซึ่งทำสถิติสูงสุดเท่าที่มีการบันทึกมา บ่งชี้ถึงความร้อนส่วนเกินจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่มหาสมุทรดูดซับเอาไว้  

 

ขณะที่ข้อมูลจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA ระบุว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มหาสมุทรดูดซับความร้อนส่วนเกินจากภาวะโลกร้อนไปแล้วประมาณ 90% ขณะที่อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเลกำลังเร่งตัวขึ้น โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มหาสมุทรมีอัตราการอุ่นขึ้นเร็วเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปี 1960-2005

 

อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลเฉลี่ยสูงสุดของปี 2026 อยู่ที่ 21.18 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2026 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของฐานข้อมูล 30 ปีในวันเดียวกันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 20.41 องศาเซลเซียส โดยปี 2024 อยู่ในอันดับ 2 มีอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลเฉลี่ย 20.94 องศาเซลเซียส ตามด้วยปี 2023 อยู่ในอันดับ 3 ที่ประมาณ 20.89 องศาเซลเซียส ส่วนปี 2025 อยู่ในอันดับ 4 ที่ประมาณ 20.82 องศาเซลเซียส ตัวเลขทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร้อนที่สะสมตัวอยู่ในมหาสมุทรและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

วิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนไม่ได้ส่งผลกระทบจำกัดอยู่เพียงแค่ชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดคลื่นความร้อนรุนแรง หรือฤดูหนาวที่สั้นลงเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอีกด้วย น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของมหาสมุทร โดยเฉพาะภาวะทะเลเป็นกรด กระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลที่มีความเปราะบาง 

 

นอกจากนี้อุณหภูมิในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นยังเป็นแหล่งพลังงานของพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในมหาสมุทรและทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันความร้อนยังเร่งการละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอีกด้วย

 

จากการติดตามอุณหภูมิบริเวณมหาสมุทรอาร์กติกพบว่า ปัจจุบันอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 4.4 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่ปี 1980 ที่เคยบันทึกไว้ และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากผลพวงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้น้ำแข็งในอาร์กติกลดลงแล้วมากกว่า 492,000 ตารางกิโลเมตรในทุก ๆ 10 ปี หรือเทียบขนาดได้กับประเทศสเปน

ที่มาข้อมูล : Climate Crisis 247

ที่มารูปภาพ : Envato