ไซโคลนอาร์นับ ถล่มอินเดีย! บ้านพัง-ต้นไม้โค่นระเนระนาด

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไซโคลนอาร์นับ ถล่มอินเดีย! บ้านพัง-ต้นไม้โค่นระเนระนาด

พายุไซโคลนอาร์นับ (Arnab) พัดถล่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศอินเดียอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับถนน เสาไฟฟ้าล้ม บ้านเรือนเสียหาย และเกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ ขณะที่ทางการเร่งอพยพประชาชนมากกว่า 180,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อรับมือกับพายุที่มีความเร็วลมกระโชกสูงสุดถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สำนักอุตุนิยมวิทยาอินเดียรายงานว่า พายุไซโคลนอาร์นับ ซึ่งจัดอยู่ในระดับพายุไซโคลนกำลังแรงมาก หรือ Very Severe Cyclonic Storm ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงสูงเป็นอันดับ 3 ตามเกณฑ์ของอินเดีย ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณรัฐอานธรประเทศ ทางชายฝั่งตะวันออกของอินเดียในช่วงเช้าวันที่ 28 ตุลาคม ก่อนที่ศูนย์กลางพายุจะเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดินอย่างเต็มตัว

สรุปข่าว

พายุไซโคลน “อาร์นับ” พัดถล่มชายฝั่งตะวันออกอินเดีย (28 ต.ค.) ด้วยลมกระโชกแรงสูงสุด 150 กม./ชม. ส่งผลให้ต้นไม้โค่น เสาไฟฟ้าล้ม และบ้านเรือนเสียหาย ทางการอพยพประชาชนกว่า 180,000 คนในรัฐอานธรประเทศและโอริสสา สั่งปิดโรงเรียนบางแห่ง ระงับเที่ยวบินและรถไฟบางเส้นทาง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต สำนักอุตุนิยมวิทยาอินเดียเตือนคลื่นพายุซัดฝั่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติ 1–1.5 เมตร เสี่ยงน้ำท่วมพื้นที่ชายฝั่ง รวมถึงความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรและระบบสื่อสาร

พายุไซโคลนอาร์นับ (Arnab) พัดถล่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศอินเดียอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับถนน เสาไฟฟ้าล้ม บ้านเรือนเสียหาย และเกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ ขณะที่ทางการเร่งอพยพประชาชนมากกว่า 180,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อรับมือกับพายุที่มีความเร็วลมกระโชกสูงสุดถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สำนักอุตุนิยมวิทยาอินเดียรายงานว่า พายุไซโคลนอาร์นับ ซึ่งจัดอยู่ในระดับพายุไซโคลนกำลังแรงมาก หรือ Very Severe Cyclonic Storm ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงสูงเป็นอันดับ 3 ตามเกณฑ์ของอินเดีย ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณรัฐอานธรประเทศ ทางชายฝั่งตะวันออกของอินเดียในช่วงเช้าวันที่ 28 ตุลาคม ก่อนที่ศูนย์กลางพายุจะเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดินอย่างเต็มตัว

ก่อนพายุขึ้นฝั่ง ทางการอินเดียได้อพยพประชาชนมากกว่า 180,000 คนในรัฐอานธรประเทศและรัฐโอริสสาไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมประกาศปิดโรงเรียนบางแห่ง ยกเลิกบริการรถไฟและเที่ยวบินบางส่วน รวมถึงระงับการให้บริการสนามบิน 3 แห่งในรัฐอานธรประเทศชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศรุนแรง

อิทธิพลของพายุทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะต้นไม้ขนาดใหญ่ที่หักโค่นลงบนถนนสายหลัก เสาไฟฟ้าล้ม และบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ขณะที่ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าหยุดชะงักในบางพื้นที่ นอกจากนี้ กระแสน้ำยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้ทรัพย์สินและข้าวของเครื่องใช้ของประชาชนได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่รายงาน ทางการยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากพายุครั้งนี้ทั้งในรัฐอานธรประเทศและรัฐโอริสสา

กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียคาดการณ์ว่า พายุจะทำให้เกิดลมแรงประมาณ 125–135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมเตือนความเสี่ยงจากคลื่นพายุซัดฝั่ง หรือ Storm Surge ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำขึ้นตามปกติประมาณ 1–1.5 เมตร และไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวชายฝั่งรัฐอานธรประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่พื้นที่เพาะปลูก บ้านเรือนที่ก่อสร้างด้วยวัสดุไม่แข็งแรง และระบบสื่อสารจะได้รับความเสียหายเพิ่มเติม ขณะที่ชาวประมงตามแนวชายฝั่งได้รับคำแนะนำให้งดออกเรือ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากคลื่นลมแรงและสภาพอากาศที่แปรปรวน

แม้ขณะรายงานยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนอาร์นับ แต่ความเสียหายต่อบ้านเรือน ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนถึงความรุนแรงของภัยพิบัติจากพายุหมุนเขตร้อน ขณะที่การอพยพประชาชนล่วงหน้ามากกว่า 180,000 คน เป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อชีวิต โดยพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของอินเดียยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากลมแรง ฝนตกหนัก และน้ำทะเลหนุนสูงอย่างใกล้ชิด


ที่มา: Reuters

_____ 

#TNNEARTH #พายุไซโคลน #ไซโคลนอาร์นับ #CycloneArnab #พายุถล่มอินเดีย #อินเดีย #India #อ่าวเบงกอล #พายุหมุนเขตร้อน

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters