เตือน 10 จังหวัดภาคใต้ รับมือน้ำท่วมฉับพลัน คาดน้ำท่วมใต้ไม่แรงเท่ามหาอุทกภัยหาดใหญ่

ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ วิเคราะห์ประเมินความเสี่ยง และความรุนแรงฝนตกหนักภาคใต้ช่วง 24-29 ตุลาคมนี้ จะไม่เหมือนเหตุการณ์มหาอุทกภัยหาดใหญ่ 2568 เนื่องจาก 2 เหตุผลหลัก คือ ดัชนีความรุนแรงฝนสะสมในปี 2569 ต่ำกว่าปี 2569 และ ปริมาณฝนคาดการณ์ในปี 2569 จะตกหนักสุดในวันที่ 25 ตุลาคม และไม่สะสมต่อเนื่อง (มีเพียง 3 วัน 24-26 ตุลาคม) ในขณะที่ในปี 2025 ฝนตกสะสมรุนแรงต่อเนื่อง 5 วัน คือ 18-22 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม จะมีบางพื้นที่เกิดน้ำท่วมรอการระบาย น้ำไหลหลากจากปริมาณฝนตกหนักบางช่วงเวลา จึงควรติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง
สรุปข่าว
ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ วิเคราะห์ประเมินความเสี่ยง และความรุนแรงฝนตกหนักภาคใต้ช่วง 24-29 ตุลาคมนี้ จะไม่เหมือนเหตุการณ์มหาอุทกภัยหาดใหญ่ 2568 เนื่องจาก 2 เหตุผลหลัก คือ ดัชนีความรุนแรงฝนสะสมในปี 2569 ต่ำกว่าปี 2569 และ ปริมาณฝนคาดการณ์ในปี 2569 จะตกหนักสุดในวันที่ 25 ตุลาคม และไม่สะสมต่อเนื่อง (มีเพียง 3 วัน 24-26 ตุลาคม) ในขณะที่ในปี 2025 ฝนตกสะสมรุนแรงต่อเนื่อง 5 วัน คือ 18-22 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม จะมีบางพื้นที่เกิดน้ำท่วมรอการระบาย น้ำไหลหลากจากปริมาณฝนตกหนักบางช่วงเวลา จึงควรติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง
ด้าน สทนช. ประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. ในพื้นที่ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา สตูล ยะลา และ นราธิวาส และให้เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก // เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณแม่น้ำสายหลักและ ลำน้ำสาขาของ แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำตาปี แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส
ขณะที่รองศาสตราจารย์เสรี ศุภราทิตย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า สถานการณ์เอลนีโญที่รุนแรงส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนและทำให้เกิดฝนตกหนักเฉพาะจุดมากขึ้น จะต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดและพยากรณ์โดยใช้เวลาที่สั้นลง 6- 12 ชั่วโมง พร้อมเตือนอนาคตสภาพอากาศโลกจะรุนแรงมากขึ้น จากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นเฉลี่ยเกิน 1.5 องศาฯ จากอดีตเมื่อ 80 ปีที่ผ่านมา และอุณหภูมิโลกเร่งตัวมากขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่คาดการณ์ว่าจะสูงเกิน 1.5 องศาฯ ในปี 2033 หรือใน 7 ปีข้างหน้า ล่าสุดได้ลดการคาดการณ์ลงเหลือเพียง 3 ปี ทำให้ต้องเร่งเตรียมตัวปรับตัวเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
อุณภูมิโลกทั้งใบจะแตะ 1.5 องศาฯ ความหมายสูงเฉลี่ยนกว่า1.5 องศาในอดีตกว่า 80 ปี ตอนแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ประมาณกรกฎาคม 2033 ปีนี้ 2026 ก็อีก 7 ปี แต่พอเราอัปเดทล่าสุด กุมภาพันธ์ 2029 ความหมายคือ 3 ปี จากอีก 7 ปี ก็เหลืออีก 3 ปี มีการเร่งตัวมาก ทุกภาคส่วนถึงกังวลก็เพราะว่าช่วง 10 ปี ต่อจากนี้ไปจะเป็นช่วงที่หนักมาก เพราะก้าวเข้ามาเกิน 1.5 องศาฯทุกอย่างก็ต้องกับมาที่ภูมิคุ้มกันตัวเอง
ส่วนในอนาคตที่ภัยภิบัติจะรุนแรงขึ้น คาดว่าภาครัฐจะไม่มีเงินเพียงพอในการเยียวยา จึงต้องปรับตัวเรื่องของการช่วยเหลือเป็น 3 ระดับ คือการช่วยตัวเองก่อน จากนั้นชุมชนจะเข้าไปช่วยเหลือ และระดับสุดท้ายคือภาครัฐเข้าไปให้ความช่วยเหลือในส่วนที่ชุมชนไม่สามารถทำได้
ทั้งยังเสนอมาตรการที่ควรเร่งทำในระยะเพื่อป้องกันความเสียหายของภัยพิบัติน้ำท่วมก่อนที่จะรุนแรงขึ้นในระยะเวลา 3-5 ปี คือ การทำระบบเตือนภัยระดับท้องถิ่น ให้ทุกตำบลมีระบบเตือนภัยจะสามารถช่วยลดความเสียหายได้ เมื่อระดับท้องถิ่นมีระบบเตือนภัยที่เข้มแข็งก็สามารถที่จะประเมินตนเองพื้นที่เสี่ยงน้อย เสี่ยงมาก เพื่อทำระบบป้องกันได้ และสามารถลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องป้องกันได้ ซึ่งในเชิงสากลจะป้องกัน โรงพยาบาล ไฟฟ้า ประปา พื้นที่เศรษฐกิจเป็นลำดับแรกๆ
- อุตุฯ เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากวันที่ 25 ต.ค. 69
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 24 ตุลาคม 2569 ภาคใต้ฝนตกหนัก 7 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลั
- ปลายฝนต้นหนาว! ไทยตอนบนยังมีฝน อากาศแปรปรวนถึงต้น พ.ย. เตือน 24-27 ต.ค.ภาคใต้ฝนหนัก
- พยากรณ์อากาศวันนี้ 24 ต.ค.69 เตือน 24-29 ต.ค.ภาคใต้มีฝนต่อเนื่อง-ฝนหนัก ไทยตอนบนมีฝนช่วงแรก ลุ้นลมหนาวหลังฝนลด
- ลมหนาวมาช้ากว่าปกติ! ปลายต.ค. ฝนยังรบกวน
