ญี่ปุ่นบุกดาวอังคาร ครั้งประวัติศาสตร์! ไขปริศนากำเนิดระบบสุริยะ

“ญี่ปุ่น” เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในการสำรวจอวกาศ หลังประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศไร้มนุษย์ควบคุมออกเดินทางไปยัง “โฟบอส” (Phobos) หนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร โดยมีเป้าหมายเก็บตัวอย่างหินและดินจากพื้นผิวกลับมายังโลกเป็นครั้งแรก เพื่อไขปริศนาการกำเนิดดวงจันทร์ทั้งสองดวงของดาวอังคาร และศึกษาวิวัฒนาการของระบบสุริยะเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ภารกิจนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศญี่ปุ่น โดยคาดว่ายานจะเดินทางถึงดาวอังคารในปี 2570 และนำตัวอย่างกลับถึงโลกในปี 2574
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ประสบความสำเร็จในการปล่อยยานอวกาศไร้มนุษย์ควบคุม ภายใต้โครงการ Martian Moons eXploration หรือ MMX เพื่อเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์โฟบอส ซึ่งเป็นหนึ่งในดวงจันทร์บริวารสองดวงของดาวอังคาร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเก็บตัวอย่างวัสดุจากพื้นผิวและนำกลับมายังโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาวิเคราะห์องค์ประกอบทางธรณีวิทยาและค้นหาคำตอบเกี่ยวกับจุดกำเนิดของดวงจันทร์ดาวอังคาร
สรุปข่าว
“ญี่ปุ่น” เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในการสำรวจอวกาศ หลังประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศไร้มนุษย์ควบคุมออกเดินทางไปยัง “โฟบอส” (Phobos) หนึ่งในดวงจันทร์บริวารของดาวอังคาร โดยมีเป้าหมายเก็บตัวอย่างหินและดินจากพื้นผิวกลับมายังโลกเป็นครั้งแรก เพื่อไขปริศนาการกำเนิดดวงจันทร์ทั้งสองดวงของดาวอังคาร และศึกษาวิวัฒนาการของระบบสุริยะเมื่อหลายพันล้านปีก่อน ภารกิจนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศญี่ปุ่น โดยคาดว่ายานจะเดินทางถึงดาวอังคารในปี 2570 และนำตัวอย่างกลับถึงโลกในปี 2574
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ประสบความสำเร็จในการปล่อยยานอวกาศไร้มนุษย์ควบคุม ภายใต้โครงการ Martian Moons eXploration หรือ MMX เพื่อเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์โฟบอส ซึ่งเป็นหนึ่งในดวงจันทร์บริวารสองดวงของดาวอังคาร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเก็บตัวอย่างวัสดุจากพื้นผิวและนำกลับมายังโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาวิเคราะห์องค์ประกอบทางธรณีวิทยาและค้นหาคำตอบเกี่ยวกับจุดกำเนิดของดวงจันทร์ดาวอังคาร
ยาน MMX ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด H3 ซึ่งเป็นจรวดขนส่งอวกาศรุ่นหลักของญี่ปุ่น จากศูนย์อวกาศทาเนกาชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อเวลา 04.41 น. ตามเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่น หรือเวลา 02.41 น. ตามเวลาประเทศไทย โดย JAXA ยืนยันว่า การปล่อยจรวดเป็นไปตามแผน และยาน MMX แยกตัวออกจากจรวดได้สำเร็จหลังปล่อยขึ้นสู่อวกาศประมาณ 1 ชั่วโมง 11 นาที ก่อนเข้าสู่วิถีการเดินทางที่กำหนดไว้
ยาสุฮิโระ คาวาคัตสึ ผู้จัดการโครงการสำรวจดวงจันทร์ดาวอังคาร เปิดเผยภายหลังการปล่อยยานว่า ทีมงานได้รับสัญญาณจากยานอวกาศในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ และจากการตรวจสอบข้อมูลระบบโทรมาตร ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและการทำงานของยาน พบว่ายานอวกาศอยู่ในสภาพที่มั่นคงและระบบต่าง ๆ ทำงานตามปกติ
สำหรับภารกิจ MMX ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำรวจอวกาศที่มีความทะเยอทะยานของญี่ปุ่น โดยยานอวกาศมีกำหนดเดินทางถึงบริเวณดาวอังคารในเดือนสิงหาคม 2570 ก่อนเริ่มกระบวนการสำรวจดวงจันทร์โฟบอสอย่างละเอียด ทั้งการศึกษาพื้นผิว ลักษณะภูมิประเทศ และองค์ประกอบของวัสดุที่ปกคลุมดวงจันทร์
เป้าหมายสำคัญคือการเก็บตัวอย่างหินและดินจากพื้นผิวโฟบอสอย่างน้อย 10 กรัม และนำกลับมายังโลกภายในปี 2574 หากภารกิจประสบความสำเร็จ จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์สามารถนำตัวอย่างจากดวงจันทร์บริวารของดาวอังคารกลับมาศึกษาในห้องปฏิบัติการบนโลกได้
ดวงจันทร์โฟบอสเป็นดวงจันทร์บริวารขนาดใหญ่กว่าในจำนวนสองดวงของดาวอังคาร อีกดวงหนึ่งมีชื่อว่า “ดีมอส” (Deimos) โดยดวงจันทร์ทั้งสองมีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ และมีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์ของโลกอย่างมาก
แม้นักวิทยาศาสตร์จะศึกษาดาวอังคารมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ แต่ต้นกำเนิดของดวงจันทร์ทั้งสองดวงยังคงเป็นปริศนาสำคัญ เนื่องจากมีสมมติฐานเกี่ยวกับการก่อตัวที่แตกต่างกัน
สมมติฐานหนึ่งเสนอว่า โฟบอสและดีมอสอาจเคยเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารดึงดูดเข้ามา จนกลายเป็นดวงจันทร์บริวาร ขณะที่อีกสมมติฐานหนึ่งเชื่อว่า ดวงจันทร์ทั้งสองอาจก่อตัวขึ้นจากเศษวัสดุที่กระเด็นออกสู่อวกาศ หลังดาวอังคารถูกวัตถุขนาดใหญ่พุ่งชนในอดีต
นักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่า การนำตัวอย่างวัสดุจากโฟบอสกลับมาวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและแร่ธาตุ จะช่วยให้เข้าใจได้ชัดเจนขึ้นว่า ดวงจันทร์บริวารเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร รวมถึงช่วยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและวิวัฒนาการของระบบสุริยะในช่วงแรกเริ่มเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
นอกจากนี้ โครงการ MMX ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอวกาศระดับนานาชาติ ทั้งองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NASA องค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ตลอดจนหน่วยงานอวกาศของฝรั่งเศสและเยอรมนี ซึ่งร่วมสนับสนุนเครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำรวจพื้นผิว
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของภารกิจคือยานสำรวจขนาดเล็กชื่อ IDEFIX ซึ่งพัฒนาโดยความร่วมมือของฝรั่งเศสและเยอรมนี โดยจะถูกส่งลงไปสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์โฟบอส เพื่อเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมและลักษณะพื้นผิว ก่อนที่ยานหลักจะดำเนินภารกิจเก็บตัวอย่างกลับโลก
การปล่อยยาน MMX ในครั้งนี้ยังถือเป็นความสำเร็จสำคัญของจรวด H3 ซึ่งเป็นจรวดขนส่งอวกาศรุ่นใหม่ของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่จรวดรุ่นดังกล่าวถูกใช้ในภารกิจเดินทางระหว่างดาวเคราะห์ ก่อนหน้านี้ จรวด H3 เคยประสบความล้มเหลวในการปล่อยครั้งแรกเมื่อปี 2566 หลังเครื่องยนต์ของจรวดท่อนที่สองไม่สามารถจุดระเบิดเพื่อทำงานได้ ส่งผลให้ภารกิจต้องยุติลง อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นได้ดำเนินการปรับปรุงระบบและทดสอบเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนจรวด H3 สามารถกลับมาปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จเป็นส่วนใหญ่ในการปล่อยครั้งต่อ ๆ มา
ความสำเร็จของการส่งยาน MMX จึงไม่เพียงสะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านการสำรวจดาวอังคาร แต่ยังแสดงถึงศักยภาพของญี่ปุ่นในการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดสำหรับภารกิจระยะไกล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสำรวจระบบสุริยะในอนาคต
- จุลินทรีย์ดัดแปลงสร้างฐานบนดาวอังคาร ปูทางมนุษย์ตั้งถิ่นฐาน
- ยุโรปซ้อมหุ่นยนต์สำรวจ “Charlie” ลุยทะเลทรายสเปน เตรียมตามหาชีวิตบนดาวอังคาร
- 23 ก.ย. “วันศารทวิษุวัต” กลางวัน-กลางคืนยาวเท่ากัน
- เปิดตัว “โครงข่ายพลังงานไร้สาย” ชาร์จไฟให้ “ดาวเทียม” บนอวกาศ เพิ่มพลัง 10 เท่า
- พบดาวฤกษ์ S301 เร็วสุดในทางช้างเผือก เฉียดหลุมดำยักษ์
ที่มาข้อมูล : Reuters, JAXA, NASA และ ESA
ที่มารูปภาพ : Reuters
