หลักฐานใหม่ NASA ชี้ดาวอังคารเคยมีน้ำพุร้อน ลุ้นพบสิ่งมีชีวิต

Share on Line Share on Facebook Share on X
หลักฐานใหม่ NASA ชี้ดาวอังคารเคยมีน้ำพุร้อน ลุ้นพบสิ่งมีชีวิต

องค์การ NASA สหรัฐอเมริกา เปิดเผยการค้นพบหลักฐานใหม่จากรถสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ ที่ลงพื้นที่สำรวจบริเวณขอบหลุมอุกกาบาตเจเซโรบนดาวอังคาร หรือที่เรียกว่า มาร์จิน ยูนิต มาตั้งแต่ปี 2023 ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า บริเวณนี้เคยมีสายน้ำและระบบน้ำใต้ดินไหลผ่านหินหลายยุคสมัย รวมถึงช่วงเวลาที่มีน้ำร้อนหมุนเวียนอยู่ใต้พื้นผิวโบราณ ซึ่งนับเป็นการเปิดเผยประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาและสภาพแวดล้อมทางน้ำอันซับซ้อนของดาวอังคารอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน 

สรุปข่าว

ยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ของนาซาค้นพบหลักฐานธรณีวิทยาใหม่บริเวณหลุมอุกกาบาตเจเซโรบนดาวอังคาร ยืนยันร่องรอยระบบน้ำใต้ดินและธารน้ำร้อนในอดีต การค้นพบนี้พลิกความเชื่อเรื่องหินตะกอนเป็นหินอัคนี ช่วยเพิ่มความหวังในการค้นหาร่องรอยสิ่งมีชีวิตโบราณที่อาจเคยอาศัยอยู่บนดาวแดง

องค์การ NASA สหรัฐอเมริกา เปิดเผยการค้นพบหลักฐานใหม่จากรถสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ ที่ลงพื้นที่สำรวจบริเวณขอบหลุมอุกกาบาตเจเซโรบนดาวอังคาร หรือที่เรียกว่า มาร์จิน ยูนิต มาตั้งแต่ปี 2023 ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า บริเวณนี้เคยมีสายน้ำและระบบน้ำใต้ดินไหลผ่านหินหลายยุคสมัย รวมถึงช่วงเวลาที่มีน้ำร้อนหมุนเวียนอยู่ใต้พื้นผิวโบราณ ซึ่งนับเป็นการเปิดเผยประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาและสภาพแวดล้อมทางน้ำอันซับซ้อนของดาวอังคารอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน 

⬛️ พลิกทฤษฎีเดิมจากหินตะกอนสู่หินอัคนี

ก่อนหน้านี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ประเมินจากข้อมูลดาวเทียมในวงโคจรว่า หินคาร์บอเนตบริเวณขอบหลุมเจเซโรน่าจะเป็นหินตะกอนที่ก่อตัวขึ้นริมชายฝั่งทะเลสาบโบราณ แต่เมื่อรถสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ใช้อุปกรณ์ซูเปอร์แคม วิเคราะห์หินฐานมากกว่า 185 จุด กลับพบว่าเป็นหินอัคนีที่เกิดจากลาวาหรือการปะทุของภูเขาไฟในอดีต 

โดยโครงสร้างของหินอัคนีนี้ได้บันทึกร่องรอยการปฏิสัมพันธ์ระหว่างน้ำกับหินไว้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยแคนดิซ เบดฟอร์ด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู ผู้นำการศึกษานี้ ระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวเปรียบเสมือนจุดตัดของระบบน้ำรูปแบบต่างๆ บนดาวแดง

⬛️ ยืนยันร่องรอยการไหลของน้ำ 3 ยุคสมัย

ผลการวิเคราะห์ทางแร่ธาตุระบุว่า หินบริเวณนี้ผ่านการกระทำของน้ำอย่างน้อยสามช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ยุคแรกเกิดจากน้ำใต้ดินที่มีคาร์บอนไดโอไซด์สูงทำปฏิกิริยากับแร่ออลีวีน จนเกิดแร่คาร์บอเนตตามรอยแยกของหิน 

ต่อมาในยุคที่สอง น้ำในทะเลสาบเจเซโรทำปฏิกิริยากับแร่ออลีวีนจนเกิดแร่ซิลิกาจำนวนมาก และยุคที่สามเป็นช่วงเวลาที่มีน้ำร้อนหล่อเลี้ยงระบบธารน้ำร้อนใต้ดิน ส่งผลให้เกิดสายแร่แคลเซียมซัลเฟตและฟลูออไรต์ในหินอัคนี ซึ่งระบบพุร้อนลักษณะนี้อยู่บนโลกมักจะเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

⬛️ ก้าวสำคัญสู่การค้นหาเบาะแสสิ่งมีชีวิตโบราณ

การค้นพบครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Communications Earth & Environment  เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา แม้ทีมนักวิจัยยังไม่สามารถระบุอายุที่แน่นอนของแต่ละเหตุการณ์ได้ แต่ลำดับการเกิดแร่ธาตุช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิวัฒนาการของดาวอังคารได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อมูลแร่คาร์บอเนตและระบบน้ำร้อนเหล่านี้จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาว่า ดาวอังคารเคยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในอดีตหรือไม่  

ที่มาข้อมูล : NASA, JPL, Space

ที่มารูปภาพ : NASA, JPL, Space