จับตาฝนถล่มหนัก 5 วัน สทนช.เร่งระบายน้ำ แต่ย้ำไม่รุนแรงเท่าปี 54

สทนช.เตรียมรับมือฝนตกหนักหลายพื้นที่ช่วง 23–27 ก.ย. โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก หวั่นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กำชับหน่วยงานเร่งพร่องน้ำและเพิ่มศักยภาพการระบาย ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาเดินหน้าระบายน้ำ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดอาจเพิ่มเป็น 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากฝนยังตกต่อเนื่อง ย้ำสถานการณ์ยังไม่รุนแรงเทียบเท่าปี 2554 แต่พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำอาจได้รับผลกระทบ
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งพื้นที่เสี่ยงอาจเกิดสถานการณ์น้ำท่วม จึงได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมมาตรการรองรับและลดผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ กรมชลประทานจะเร่งพร่องน้ำในพื้นที่ฝั่งทะเลให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน ขณะที่กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร่องน้ำในระบบระบายน้ำให้อยู่ในระดับต่ำเช่นกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับฝนตกหนักในช่วง 4 วันข้างหน้า
ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน นายชยันต์กล่าวว่า ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา มีฝนตกสะสมค่อนข้างมาก ส่งผลให้จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยตั้งแต่คืนวันที่ 22 กันยายน ได้เพิ่มการระบายน้ำเป็นอัตรา 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากหากชะลอการระบาย อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนบน
สรุปข่าว
สทนช.เตรียมรับมือฝนตกหนักหลายพื้นที่ช่วง 23–27 ก.ย. โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก หวั่นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม กำชับหน่วยงานเร่งพร่องน้ำและเพิ่มศักยภาพการระบาย ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาเดินหน้าระบายน้ำ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดอาจเพิ่มเป็น 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากฝนยังตกต่อเนื่อง ย้ำสถานการณ์ยังไม่รุนแรงเทียบเท่าปี 2554 แต่พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำอาจได้รับผลกระทบ
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งพื้นที่เสี่ยงอาจเกิดสถานการณ์น้ำท่วม จึงได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมมาตรการรองรับและลดผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ กรมชลประทานจะเร่งพร่องน้ำในพื้นที่ฝั่งทะเลให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 24–26 กันยายน ขณะที่กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร่องน้ำในระบบระบายน้ำให้อยู่ในระดับต่ำเช่นกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับฝนตกหนักในช่วง 4 วันข้างหน้า
ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน นายชยันต์กล่าวว่า ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา มีฝนตกสะสมค่อนข้างมาก ส่งผลให้จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยตั้งแต่คืนวันที่ 22 กันยายน ได้เพิ่มการระบายน้ำเป็นอัตรา 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากหากชะลอการระบาย อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนบน
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีฝนตกในพื้นที่ท้ายเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ค่อนข้างมาก ทำให้มีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่ระบบและต้องระบายออกจะเพิ่มขึ้น โดยหากไม่มีฝนตกเพิ่มในปริมาณมาก คาดว่าอัตราการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาอาจเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ สทนช. ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้จะไม่รุนแรงเทียบเท่ากับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 แต่พื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำยังอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์และประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
ขณะที่จังหวัดนครนายก สทนช. ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งพร่องน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล จากเดิมที่ระบายอยู่ประมาณวันละ 1.28 ล้านลูกบาศก์เมตร เตรียมปรับเพิ่มเป็นวันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเร่งเปิดพื้นที่ว่างในอ่างเก็บน้ำ รองรับปริมาณน้ำฝนที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่ในระยะต่อไป
สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งมีโอกาสเกิดฝนตกหนัก ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมพร้อมรับมือ ขณะที่พื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานจะติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำลงสู่ทะเล
ทั้งนี้ เนื่องจากลำน้ำท่าจีนมีลักษณะคดเคี้ยว ทำให้การระบายน้ำตามธรรมชาติทำได้ไม่เต็มศักยภาพและอาจเกิดความล่าช้า จึงจำเป็นต้องเพิ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายมวลน้ำออกจากพื้นที่ให้ได้เร็วที่สุด ก่อนที่ฝนระลอกใหม่จะเข้ามาเติมปริมาณน้ำในระบบอีกครั้ง
- “เอกนิติ” ให้ความมั่นใจยังบริหารจัดการน้ำได้-เตรียมงบฉุกเฉินภาคละ 100 ล้าน
- 27 ก.ย. "เขื่อนเจ้าพระยา" ระบายน้ำเพิ่ม 700-1,000 ลบ.ม./วินาที เช็กพื้นที่รับมือน้ำเพิ่ม
- เตือน 11 จังหวัด รับมือ “เขื่อนเจ้าพระยา” ปรับเพิ่มการระบายน้ำ
- “สตูล” ฝนถล่มหนัก น้ำทะลักเข้าบ้านเรือน
- ฝนกระหน่ำ “สเปน” ไม่หยุด! น้ำท่วมวาเลนเซีย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Getty Images
