วิกฤตไฟป่า “อินโดนีเซีย” ทำควันพิษลามทั้งอาเซียน!

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ ไฟป่าอินโดนีเซีย ภัยร้ายของอาเซียน!
โดยระบุว่า วิกฤตไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2026 ทวีความรุนแรงมากที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่พรุได้รับความเสียหายกว่า 202,000 เฮกตาร์ หรือมากกว่า 1,262,500 ไร่ทั่วประเทศ สถานการณ์ไฟป่ายังนำไปสู่วิกฤตหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน หรือ Transboundary Haze โดยกระแสลมพัดพามลพิษปกคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย
สาเหตุของไฟป่า
ไฟป่าครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากปัจจัยด้านกิจกรรมของมนุษย์ ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งรุนแรง
สาเหตุสำคัญมาจากการเผาป่าเพื่อเคลียร์พื้นที่ทางการเกษตร หรือ Slash-and-burn โดยเกษตรกรและกลุ่มทุนอุตสาหกรรมลักลอบจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำสวนปาล์มน้ำมันและปลูกพืชเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นวิธีที่ประหยัดต้นทุน ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ หรือ Super El Niño และไดโพลมหาสมุทรอินเดียในระยะบวก หรือ Positive IOD ส่งผลให้สภาพอากาศแห้งแล้งรุนแรงกว่าปีก่อน และทำให้ฤดูฝนล่าช้าออกไปจนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน จึงกลายเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดและการลุกลามของไฟป่า
อีกปัจจัยสำคัญคือ ลักษณะพื้นที่ป่าพรุ หรือ Peatland ซึ่งมีชั้นพีทสะสมอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดไฟไหม้ ไฟสามารถคุกรุ่นอยู่ใต้ดินและดับได้ยาก ทำให้สามารถลุกไหม้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
สรุปข่าว
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ ไฟป่าอินโดนีเซีย ภัยร้ายของอาเซียน!
โดยระบุว่า วิกฤตไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2026 ทวีความรุนแรงมากที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่พรุได้รับความเสียหายกว่า 202,000 เฮกตาร์ หรือมากกว่า 1,262,500 ไร่ทั่วประเทศ สถานการณ์ไฟป่ายังนำไปสู่วิกฤตหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน หรือ Transboundary Haze โดยกระแสลมพัดพามลพิษปกคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย
สาเหตุของไฟป่า
ไฟป่าครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากปัจจัยด้านกิจกรรมของมนุษย์ ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งรุนแรง
สาเหตุสำคัญมาจากการเผาป่าเพื่อเคลียร์พื้นที่ทางการเกษตร หรือ Slash-and-burn โดยเกษตรกรและกลุ่มทุนอุตสาหกรรมลักลอบจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำสวนปาล์มน้ำมันและปลูกพืชเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นวิธีที่ประหยัดต้นทุน ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ หรือ Super El Niño และไดโพลมหาสมุทรอินเดียในระยะบวก หรือ Positive IOD ส่งผลให้สภาพอากาศแห้งแล้งรุนแรงกว่าปีก่อน และทำให้ฤดูฝนล่าช้าออกไปจนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน จึงกลายเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดและการลุกลามของไฟป่า
อีกปัจจัยสำคัญคือ ลักษณะพื้นที่ป่าพรุ หรือ Peatland ซึ่งมีชั้นพีทสะสมอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดไฟไหม้ ไฟสามารถคุกรุ่นอยู่ใต้ดินและดับได้ยาก ทำให้สามารถลุกไหม้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ผลกระทบจากวิกฤตไฟป่า
ด้านสาธารณสุข ประชาชนในอินโดนีเซียมากกว่า 12.5 ล้านคนได้รับผลกระทบจากการสูดดมหมอกควันพิษ ขณะที่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันมากกว่า 113,000 ราย และกว่า 20% เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนในมาเลเซียพบผู้ป่วยโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นถึง 259%
ด้านการศึกษา โรงเรียนจำนวนมากในอินโดนีเซียและรัฐซาราวักของมาเลเซียต้องประกาศปิดเรียนชั่วคราว และปรับรูปแบบการเรียนการสอนไปเป็นระบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน
ด้านสิ่งแวดล้อมและการปล่อยคาร์บอน การเผาไหม้พื้นที่ป่าพรุทำให้ก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่า 19 ล้านเมตริกตันภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน พร้อมสร้างความเสียหายต่อความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ลิงอุรังอุตัง
ขณะที่ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกลายเป็นประเด็นที่สร้างความตึงเครียดภายในกลุ่มอาเซียน โดยมาเลเซียและสิงคโปร์เรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียเร่งบังคับใช้กฎหมายและดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
วิกฤตไฟป่าอินโดนีเซียจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในประเทศ แต่เป็นภัยสิ่งแวดล้อมที่สามารถส่งผลกระทบข้ามพรมแดน ทั้งต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพประชาชน ระบบนิเวศ และสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- อินโดนีเซียเตือนไฟป่าอาจยืดเยื้อถึงพฤศจิกายน หลังหมอกควันข้ามมาถึงไทย
- อินโดฯ ไฟป่าลามไม่หยุด! ดาวเทียมพบจุดความร้อนกระทบเกาะสุมาตรา-บอร์เนียว
- ไฟป่าอินโดนีเซียวิกฤต หมอกควันพิษปกคลุมเมือง 12.5 ล้านคนได้รับผลกระทบ
- ไฟป่าอินโดนีเซียวิกฤตหนัก หมอกควันพิษแรง ถึงขั้นต้องแจกถังออกซิเจน
- “ไฟป่าแคลิฟอร์เนีย” เผาทำลายพื้นที่กว่า 11,000 ไร่
ที่มาข้อมูล : เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat
ที่มารูปภาพ : Reuters
