“ไฟป่าแคลิฟอร์เนีย” เผาทำลายพื้นที่กว่า 11,000 ไร่

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ไฟป่าแคลิฟอร์เนีย” เผาทำลายพื้นที่กว่า 11,000 ไร่

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมไฟป่าลูคัส ในรัฐแคลิฟอร์เนีย บริเวณรอยต่อระหว่างเทศมณฑลเลก และเทศมณฑลเมนโดซิโน ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงสองวันที่ผ่านมา ล่าสุด เผาทำลายพื้นที่กว่า 11,000 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้เพียงร้อยละ 15 เท่านั้น เนื่องจากภูมิประเทศสูงชันและทุรกันดาร เข้าถึงได้ยาก อีกทั้งยังมีซากไม้แห้งตายจำนวนมากจากเหตุไฟป่าในอดีตจนกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี รวมถึงสภาพอากาศในพื้นที่ยังร้อนจัด ลมกระโชกแรง และความชื้นในอากาศต่ำมาก เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ไฟป่าปะทุรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็ว 

สรุปข่าว

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งควบคุม “ไฟป่าลูคัส” ในรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงสองวันที่ผ่านมา ล่าสุด เผาผลาญทำลายพื้นที่กว่า 11,000 ไร่ ขณะที่ทางการสั่งอพยพชาวบ้านแล้วเพื่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมไฟป่าลูคัส ในรัฐแคลิฟอร์เนีย บริเวณรอยต่อระหว่างเทศมณฑลเลก และเทศมณฑลเมนโดซิโน ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงสองวันที่ผ่านมา ล่าสุด เผาทำลายพื้นที่กว่า 11,000 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้เพียงร้อยละ 15 เท่านั้น เนื่องจากภูมิประเทศสูงชันและทุรกันดาร เข้าถึงได้ยาก อีกทั้งยังมีซากไม้แห้งตายจำนวนมากจากเหตุไฟป่าในอดีตจนกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี รวมถึงสภาพอากาศในพื้นที่ยังร้อนจัด ลมกระโชกแรง และความชื้นในอากาศต่ำมาก เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ไฟป่าปะทุรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็ว 

ขณะที่ทางการสั่งอพยพชาวบ้านแล้วนับพันคนในหลายพื้นที่ของเทศมณฑลเลกและทางตะวันออกของเทศมณฑลเมนโดซิโน พร้อมทั้งสั่งปิดพื้นที่บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติเมนโดซิโน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ส่วนหน่วยงานดับเพลิงแคลิฟอร์เนีย ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร รวมถึงกำลังเสริมจากหน่วยดับเพลิงซานฟรานซิสโก ยังคงระดมกำลังเข้าสร้างแนวกันไฟอย่างต่อเนื่อง มีการใช้เฮลิคอปเตอร์ที่สามารถปฏิบัติการในเวลากลางคืนเข้ามาช่วยสนับสนุนการโปรยน้ำควบคุมเพลิงตลอดทั้งคืน

สำหรับสาเหตุของการเกิดไฟป่าในเบื้องต้นนั้น คาดว่าเกิดจากเหตุการณ์ฝนฟ้าคะนองและมีฟ้าผ่าลงมาในพื้นที่เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนที่จะลุกลามเนื่องจากกระแสลมแรง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters