โลกร้อนไม่มีประเทศไหนรอด “เกาหลีใต้” ฝนถล่มหนัก ดินถล่มพุ่ง 4 เท่า

“เกาหลีใต้” กำลังเผชิญความเสี่ยงดินถล่มที่รุนแรงขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ บ่อยขึ้น ขณะที่พื้นที่ภูเขาจำนวนมากถูกพัฒนาเป็นชุมชน ถนน และพื้นที่อุตสาหกรรม ทำให้เมื่อเกิดฝนหนัก ความเสียหายอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
เกาหลีใต้มีพื้นที่ภูเขาประมาณ 70% ของประเทศ จึงมีความเสี่ยงดินถล่มอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้นจากรูปแบบฝนที่เปลี่ยนแปลง โดยจำนวนวันที่ฝนตกมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ฝนกลับตกหนักและกระจุกตัวในช่วงเวลาสั้นลง
ข้อมูลจากสำนักงานป่าไม้เกาหลีพบว่า จำนวนดินถล่มเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า ระหว่างช่วงปี 2015–2019 กับปี 2020–2024 และในปี 2025 พบดินถล่มมากถึง 2,637 ครั้ง ขณะที่ดินถล่มคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตและสูญหายจากฝนตกหนักในช่วงปี 2016–2025
สรุปข่าว
“เกาหลีใต้” กำลังเผชิญความเสี่ยงดินถล่มที่รุนแรงขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ บ่อยขึ้น ขณะที่พื้นที่ภูเขาจำนวนมากถูกพัฒนาเป็นชุมชน ถนน และพื้นที่อุตสาหกรรม ทำให้เมื่อเกิดฝนหนัก ความเสียหายอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
เกาหลีใต้มีพื้นที่ภูเขาประมาณ 70% ของประเทศ จึงมีความเสี่ยงดินถล่มอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้นจากรูปแบบฝนที่เปลี่ยนแปลง โดยจำนวนวันที่ฝนตกมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ฝนกลับตกหนักและกระจุกตัวในช่วงเวลาสั้นลง
ข้อมูลจากสำนักงานป่าไม้เกาหลีพบว่า จำนวนดินถล่มเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า ระหว่างช่วงปี 2015–2019 กับปี 2020–2024 และในปี 2025 พบดินถล่มมากถึง 2,637 ครั้ง ขณะที่ดินถล่มคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตและสูญหายจากฝนตกหนักในช่วงปี 2016–2025
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือฝนตกหนักแบบสุดขั้ว โดยช่วงปี 2024 มีฝนตกมากกว่า 100 มิลลิเมตรภายใน 1 ชั่วโมงถึง 16 ครั้ง และปี 2025 อีก 15 ครั้ง ขณะที่ค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2010–2023 อยู่ที่เพียง 1.1 ครั้งต่อปี สะท้อนว่าฝนหนักระยะสั้นกำลังเกิดถี่ขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ไฟป่ายังเพิ่มความเปราะบางของพื้นที่ลาดเขา เพราะต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้ทำให้ดินสูญเสียความสามารถในการยึดเกาะ โดยพื้นที่ที่เคยเกิดไฟป่าอาจยังมีความเสี่ยงดินถล่มสูงต่อเนื่องอีก 6–10 ปี
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ระบบพยากรณ์ดินถล่มของเกาหลีใต้ยังอาศัยข้อมูลจากเหตุการณ์ในอดีตเป็นหลัก แต่เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนไป ข้อมูลในอดีตอาจไม่สามารถสะท้อนความเสี่ยงในอนาคตได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องนำสถานการณ์ฝนในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ามาประเมินด้วย
อีกปัญหาคือการดูแลพื้นที่ลาดเขาที่แบ่งความรับผิดชอบระหว่างหลายหน่วยงาน ทั้งพื้นที่ป่า ถนน อุโมงค์ และชุมชน ทำให้การจัดการความเสี่ยงแบบองค์รวมทำได้ยาก ผู้เชี่ยวชาญจึงเรียกร้องให้มีการสำรวจสภาพธรณีวิทยาอย่างละเอียดก่อนก่อสร้าง และบูรณาการการป้องกันดินถล่มระหว่างหน่วยงานมากขึ้น
สรุปแล้วพบว่าเกาหลีใต้เสี่ยงดินถล่มเพิ่มขึ้น เมื่อฝนตกน้อยวันลงแต่กลับเทลงมาอย่างหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ ขณะที่ไฟป่าทำให้พื้นที่ลาดเขาเปราะบางยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเตือน ระบบเตือนภัยที่อิงสถิติในอดีตอาจไม่ทันต่อสภาพอากาศยุคใหม่ จึงต้องปรับแบบจำลองให้มองไปถึงความเสี่ยงในอนาคต นี่สะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เพิ่มแค่ฝนสุดขั้ว แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบภัยพิบัติและท้าทายระบบรับมือของเมืองด้วย
ที่มาข้อมูล : koreaherald.com
ที่มารูปภาพ : Reuters
