ไทยต้องปรับเกมรับโลกใหม่ ดัน “Green Transition” สู้ศึกการค้าโลก!

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทยต้องปรับเกมรับโลกใหม่ ดัน “Green Transition” สู้ศึกการค้าโลก!

ไทยเดินหน้าปรับ “Green Transition” จากภาระต้นทุนสู่โอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียบการค้าโลกและสถานการณ์สงครามการค้า โดยภาครัฐเตรียมสร้างระบบนิเวศสนับสนุนภาคธุรกิจ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสีเขียว ข้อมูล และแหล่งเงินทุน พร้อมใช้การเจรจาการค้าเป็นแรงผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจไทย


ในงาน GCNT Expo 2026ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในหัวข้อ “ไทยในระเบียบโลกใหม่ เปลี่ยน Green Transition สู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน” โดยนายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกติกาการค้าโลกและสงครามการค้า ไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว จากเดิมที่อาจมองเป็นภาระด้านต้นทุน ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


สรุปข่าว

ท่ามกลางกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงและแรงกดดันจากสงครามการค้า ไทยต้องเร่งปรับมุมมองต่อ “Green Transition” จากต้นทุนที่ภาคธุรกิจต้องแบกรับ สู่โอกาสสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน พร้อมเดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านพลังงาน ข้อมูล และเงินทุน เพื่อช่วยผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้ปรับตัวและคว้าโอกาสจากตลาดโลก

ไทยเดินหน้าปรับ “Green Transition” จากภาระต้นทุนสู่โอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียบการค้าโลกและสถานการณ์สงครามการค้า โดยภาครัฐเตรียมสร้างระบบนิเวศสนับสนุนภาคธุรกิจ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสีเขียว ข้อมูล และแหล่งเงินทุน พร้อมใช้การเจรจาการค้าเป็นแรงผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจไทย


ในงาน GCNT Expo 2026ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือในหัวข้อ “ไทยในระเบียบโลกใหม่ เปลี่ยน Green Transition สู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน” โดยนายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกติกาการค้าโลกและสงครามการค้า ไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว จากเดิมที่อาจมองเป็นภาระด้านต้นทุน ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ


ภาครัฐจะเร่งพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ ทั้งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงพลังงานสีเขียว ระบบข้อมูล และแหล่งเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ซึ่งจำเป็นต้องมีเครื่องมือช่วยประเมินศักยภาพของตนเองและระบุจุดที่ต้องปรับปรุงให้ชัดเจน


ขณะเดียวกัน การเจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ถือเป็นกลไกสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ ลดต้นทุนทางการค้า และกระจายความเสี่ยงของผู้ประกอบการไทย โดยตลาดสหภาพยุโรปซึ่งมีผู้บริโภคกว่า 400 ล้านคน จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการขยายตลาดสินค้าและบริการของไทย


นายวีระพงษ์กล่าวว่า การเปิดตลาดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องใช้การเจรจาการค้าเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน ทั้งภาคเกษตร พลังงาน บริการ ดิจิทัล ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงกฎระเบียบของภาครัฐ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้มากขึ้น


นอกจากนี้ จำเป็นต้องมีกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการเข้าถึงเงินทุนสำหรับลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและพัฒนาโมเดลธุรกิจ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเกิดขึ้นได้จริง และไม่กลายเป็นภาระที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ


ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของระเบียบการค้าโลกและแรงกดดันจากสงครามการค้า แม้จะสร้างความท้าทายต่อเศรษฐกิจไทย แต่หากไทยสามารถเร่งปรับโครงสร้างและใช้ Green Transition เป็นโอกาส ก็มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแรงกดดันดังกล่าวเป็นแรงผลักดันในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ

ที่มาข้อมูล : GCNT

ที่มารูปภาพ : TNN