จับตา “เอลนีโญ” เร่งตัวแรง! ปลายปีไทยเสี่ยงฝนน้อย หวั่นน้ำต้นทุนตึงตัวปี 2570

Share on Line Share on Facebook Share on X

หลายสำนักอุตุนิยมวิทยาชั้นนำของโลกส่งสัญญาณตรงกันว่า “เอลนีโญ” กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2569 โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน–ธันวาคม ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่ระดับ “รุนแรงมาก” (Very Strong El Niño) และส่งผลให้รูปแบบฝนและอุณหภูมิของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ล่าสุด NOAA หรือองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ประเมินว่า มีโอกาสเกิดเอลนีโญเกือบ 100% ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกรกฎาคม–กันยายน 2569 ไปจนถึงช่วงมกราคม–มีนาคม 2570 ขณะที่โอกาสเกิดเอลนีโญระดับ “รุนแรงมาก” เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสูงกว่า 90% ในช่วงกันยายน–ธันวาคม 2569 และอาจแตะราว 95% ในช่วงตุลาคม–ธันวาคม ก่อนมีแนวโน้มอ่อนกำลังลงในปี 2570 สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องจับตาผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูแล้ง

สรุปข่าว

“เอลนีโญส่อเค้ารุนแรง! หลายสำนักอุตุนิยมวิทยาโลกส่งสัญญาณตรงกัน จับตาปลายปี 2569 โอกาสพัฒนาเป็น “เอลนีโญรุนแรงมาก” พุ่งกว่า 90% ขณะที่ไทยเสี่ยงฝนต่ำกว่าปกติในหลายพื้นที่ สวนทางภาคใต้ที่อาจเจอฝนหนัก หวั่นน้ำต้นทุนตึงตัวปี 2570 พร้อมเผชิญอากาศร้อนจัดและปัญหาไฟป่า-ฝุ่น PM2.5”

หลายสำนักอุตุนิยมวิทยาชั้นนำของโลกส่งสัญญาณตรงกันว่า “เอลนีโญ” กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2569 โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน–ธันวาคม ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่ระดับ “รุนแรงมาก” (Very Strong El Niño) และส่งผลให้รูปแบบฝนและอุณหภูมิของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ล่าสุด NOAA หรือองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ประเมินว่า มีโอกาสเกิดเอลนีโญเกือบ 100% ต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกรกฎาคม–กันยายน 2569 ไปจนถึงช่วงมกราคม–มีนาคม 2570 ขณะที่โอกาสเกิดเอลนีโญระดับ “รุนแรงมาก” เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสูงกว่า 90% ในช่วงกันยายน–ธันวาคม 2569 และอาจแตะราว 95% ในช่วงตุลาคม–ธันวาคม ก่อนมีแนวโน้มอ่อนกำลังลงในปี 2570 สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องจับตาผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูแล้ง

รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า จากแนวโน้มการคาดการณ์ดังกล่าว ช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม 2569 หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีแนวโน้มเผชิญฝนต่ำกว่าค่าปกติ โดยสัญญาณดังกล่าวปรากฏในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญในการสะสมน้ำและเติมน้ำเข้าสู่เขื่อน ก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง

อย่างไรก็ตาม ฝนต่ำกว่าค่าปกติไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีฝนตกหนักหรือน้ำท่วม เนื่องจากความเสี่ยงสำคัญอาจอยู่ที่ลักษณะ “ฝนตกไม่ตรงจังหวะ” กล่าวคือ บางช่วงอาจเกิดฝนตกหนัก แต่ในภาพรวมปริมาณฝนสะสมกลับไม่เพียงพอต่อการเติมน้ำต้นทุน

หากประเทศไทยพลาดช่วงฝนสำคัญในช่วงปลายฤดูฝน อาจทำให้ปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการบริหารจัดการในปี 2570 มีความตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง และโอกาสที่ฝนจะช่วยเติมน้ำเข้าสู่ระบบจะลดลงอย่างมาก

ขณะที่ ภาคใต้มีแนวโน้มแตกต่างจากพื้นที่อื่น โดยในช่วงต้นอาจมีบางพื้นที่เผชิญฝนน้อยลง แต่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคมมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือทั้งฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมในเขตเมือง

นอกจากเรื่องน้ำแล้ว อีกหนึ่งความเสี่ยงที่ต้องจับตาคือ “อุณหภูมิที่สูงขึ้น” โดยช่วงเดือนกันยายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 เกือบทั่วประเทศมีโอกาสสูงที่อุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่าค่าปกติ หากเกิดภาวะร้อนจัดต่อเนื่อง จะส่งผลให้การระเหยของน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้น้ำของภาคครัวเรือน เกษตรกรรม และภาคเศรษฐกิจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ความร้อนยังอาจเพิ่มความเครียดต่อภาคการเกษตร ปศุสัตว์ และสุขภาพของประชาชน และหากเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะฝนต่ำ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยง ไฟป่า การเผาในพื้นที่เกษตร และปัญหาฝุ่น PM2.5 ในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า แม้การพยากรณ์สภาพภูมิอากาศระยะยาวยังมีความไม่แน่นอน และสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยทางมหาสมุทรและบรรยากาศ แต่ข้อมูลจากหลายหน่วยงานกำลังส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกันว่า เอลนีโญในระยะข้างหน้าอาจมีความรุนแรงในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับ “อากาศแปรปรวนสุดขั้ว” ไปพร้อมกัน ทั้งฝนน้อยในบางช่วง ฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางพื้นที่ รวมถึงอุณหภูมิที่มีแนวโน้มสูงกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอสำหรับฤดูแล้งปี 2570 และการวางแผนรับมือผลกระทบต่อภาคเกษตร สุขภาพ และคุณภาพอากาศล่วงหน้า

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

avatar

TNNThailand