ปลาอาจไม่เหมือนเดิม! โลกร้อนลดโอเมกา-3 กระทบอาหารทะเลทั่วโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ปลาอาจไม่เหมือนเดิม!  โลกร้อนลดโอเมกา-3  กระทบอาหารทะเลทั่วโลก

ปลาและอาหารทะเลถือเป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมกา-3 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ซึ่งมีบทบาทต่อการทำงานของสมอง ดวงตา และหัวใจ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังสร้างความเสี่ยงใหม่ เมื่อการศึกษาพบว่าอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้นอาจทำให้ปริมาณโอเมกา-3 ในปลาและสิ่งมีชีวิตที่เป็นอาหารของปลาลดลงอย่างมาก และในกรณีที่โลกร้อนรุนแรงที่สุด อาจลดลงได้ถึง 50%

 

นักวิจัยรวบรวมข้อมูลจากการทดลอง 489 การทดลอง ครอบคลุมสิ่งมีชีวิตในทะเล 132 ชนิด ทั้งสาหร่าย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และปลา เพื่อศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนและมหาสมุทรเป็นกรดต่อกรดไขมันที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต

 

ผลการศึกษาพบว่า เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นในระดับ 0–6 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงคลื่นความร้อนทางทะเล ปริมาณโอเมกา-3 ในปลาลดลงประมาณ 19% จากการทดลอง ขณะที่ภายใต้สถานการณ์ที่มีความร้อนสูงมากกว่า 10 องศาเซลเซียส ปริมาณโอเมกา-3 อาจลดลงถึง 50% ในปลา 34% ในสาหร่าย และ 51% ในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง


สรุปข่าว

“โลกร้อน” อาจทำให้ โอเมกา-3 ในปลาและสิ่งมีชีวิตทะเลลดลง โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิมหาสมุทรสูงขึ้น และในภาวะร้อนจัดอาจลดลงถึงครึ่งหนึ่ง ความร้อนกระทบตั้งแต่สาหร่ายและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโอเมกา-3 ในห่วงโซ่อาหาร ก่อนส่งต่อไปยังปลาและมนุษย์ จึงอาจกระทบทั้ง คุณค่าทางโภชนาการของอาหารทะเล ระบบนิเวศ และความมั่นคงทางอาหาร ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

ปลาและอาหารทะเลถือเป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมกา-3 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ซึ่งมีบทบาทต่อการทำงานของสมอง ดวงตา และหัวใจ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังสร้างความเสี่ยงใหม่ เมื่อการศึกษาพบว่าอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้นอาจทำให้ปริมาณโอเมกา-3 ในปลาและสิ่งมีชีวิตที่เป็นอาหารของปลาลดลงอย่างมาก และในกรณีที่โลกร้อนรุนแรงที่สุด อาจลดลงได้ถึง 50%

 

นักวิจัยรวบรวมข้อมูลจากการทดลอง 489 การทดลอง ครอบคลุมสิ่งมีชีวิตในทะเล 132 ชนิด ทั้งสาหร่าย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และปลา เพื่อศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนและมหาสมุทรเป็นกรดต่อกรดไขมันที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต

 

ผลการศึกษาพบว่า เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นในระดับ 0–6 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงคลื่นความร้อนทางทะเล ปริมาณโอเมกา-3 ในปลาลดลงประมาณ 19% จากการทดลอง ขณะที่ภายใต้สถานการณ์ที่มีความร้อนสูงมากกว่า 10 องศาเซลเซียส ปริมาณโอเมกา-3 อาจลดลงถึง 50% ในปลา 34% ในสาหร่าย และ 51% ในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง


สาเหตุสำคัญมาจากการที่อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นส่งผลต่อเยื่อหุ้มเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เยื่อหุ้มเซลล์จะมีความยืดหยุ่นและเหลวมากขึ้น สิ่งมีชีวิตจึงปรับตัวด้วยการลดสัดส่วนไขมันโอเมกา-3 และเพิ่มไขมันอิ่มตัวที่มีโครงสร้างแข็งกว่า เพื่อช่วยรักษาความเสถียรของเซลล์


ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวปลา เพราะโอเมกา-3 เริ่มต้นจากสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อาหาร เมื่อสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น ปูหรือสัตว์ทะเลขนาดเล็ก กินสาหร่ายและสะสมโอเมกา-3 ก่อนถูกปลาขนาดใหญ่กินต่อ สารอาหารดังกล่าวก็จะถูกส่งต่อขึ้นไปตามห่วงโซ่อาหาร จนกระทั่งถึงมนุษย์ผ่านการบริโภคอาหารทะเล ดังนั้น หากโอเมกา-3 ลดลงตั้งแต่ระดับฐานของระบบนิเวศ ย่อมส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการของสิ่งมีชีวิตในระดับที่สูงขึ้นด้วย


นักวิจัยยังพบว่า ภาวะมหาสมุทรเป็นกรดมีผลต่อกรดไขมันน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ จึงชี้ให้เห็นว่า ความร้อนของมหาสมุทรเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการลดลงของโอเมกา-3 ขณะเดียวกัน ไขมันอิ่มตัวในสิ่งมีชีวิตบางกลุ่มอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 22%


เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของระบบนิเวศ แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพของมนุษย์ เพราะผู้คนจำนวนมากทั่วโลกยังได้รับโอเมกา-3 ไม่เพียงพอ ขณะที่ทรัพยากรประมงเองก็เผชิญแรงกดดันจากการทำประมงเกินขนาดและผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์อยู่แล้ว หากอาหารทะเลมีคุณค่าทางโภชนาการลดลง ปัญหานี้อาจยิ่งรุนแรงขึ้น


นักวิจัยเสนอว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังเป็นแนวทางสำคัญในการจำกัดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน พร้อมกับต้องเตรียมรับมือด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะการลดการสูญเสียอาหารทะเล ปัจจุบันชิ้นส่วนของปลาที่ถูกทิ้งระหว่างกระบวนการแปรรูปอาจมีสัดส่วนสูงถึง 80% ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น ผลิตน้ำมันปลาที่อุดมด้วยโอเมกา-3 หรือใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ


ภาวะโลกร้อนไม่ได้ทำให้ทะเลร้อนขึ้นเท่านั้น แต่อาจทำให้ คุณค่าทางโภชนาการของปลาและอาหารทะเลลดลง โดยเฉพาะโอเมกา-3 ที่อาจลดลงถึงครึ่งหนึ่งภายใต้ภาวะโลกร้อนรุนแรง ผลกระทบจึงอาจลุกลามตั้งแต่สาหร่าย สัตว์ทะเล ปลา ไปจนถึงมนุษย์ และกลายเป็นอีกหนึ่งผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กระทบทั้ง สุขภาพ ระบบนิเวศ และความมั่นคงทางอาหาร

ที่มาข้อมูล : theconversation.com

ที่มารูปภาพ : Reuters